ปัญหาการใช้และภาวะติดกัญชา (Cannabis Use Disorder) อาการ สาเหตุ และการรักษา
“ช่วงแรกสูบเฉพาะวันหยุด แต่ตอนนี้กลายเป็นแทบทุกวัน”
“รู้สึกว่าถ้าไม่ได้ใช้จะหงุดหงิด นอนไม่หลับ และอยากสูบมาก”
“เคยคิดว่าจะหยุดหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็กลับมาใช้เหมือนเดิม”
“ต้องใช้มากขึ้นกว่าจะรู้สึกได้เท่าเดิม”
“รู้ว่ากัญชากระทบงาน ความสัมพันธ์ และความจำ แต่ก็ยังลดไม่ได้”
หากการใช้กัญชาเริ่มมีลักษณะเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาการใช้และภาวะติดกัญชา (Cannabis Use Disorder)
หลายคนอาจสงสัยว่า “กัญชาติดไหม?” เพราะมักได้ยินว่ากัญชาเป็นสารธรรมชาติ หรือคิดว่าการติดสารต้องมีอาการถอนรุนแรงเท่านั้น
ในทางการแพทย์ Cannabis Use Disorder เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้ การประเมินไม่ได้ดูเพียงว่าใช้กัญชาหรือไม่ แต่ดูว่ารูปแบบการใช้เริ่มควบคุมได้ยากเพียงใด มีความอยากใช้ พยายามลดแล้วทำไม่ได้ ใช้ต่อแม้เกิดผลเสีย หรือมีภาวะดื้อและอาการถอนกัญชาหรือไม่
การมีปัญหาจากกัญชาไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอหรือไม่มีวินัย และสามารถเข้ารับการประเมินและรักษาได้
ภาวะติดกัญชา (Cannabis Use Disorder) คืออะไร?
Cannabis Use Disorder คือความผิดปกติจากรูปแบบการใช้กัญชาที่ก่อให้เกิดปัญหาหรือความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ที่มีปัญหาอาจพบว่าใช้กัญชามากกว่าที่ตั้งใจ พยายามลดหรือหยุดหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ มีความอยากใช้มากขึ้น หรือใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหา ใช้ และฟื้นตัวจากผลของกัญชา
บางคนยังคงใช้ต่อแม้เริ่มเห็นผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ในผู้ที่ใช้ต่อเนื่อง อาจเกิด Tolerance หรือภาวะดื้อ ซึ่งหมายถึงต้องใช้มากขึ้นเพื่อให้เกิดผลใกล้เคียงกับเดิม และบางรายสามารถเกิด Cannabis Withdrawal หรืออาการถอนกัญชาเมื่อลดหรือหยุดใช้
ดังนั้นคำว่า “ติดกัญชา” ในทางการแพทย์ไม่ได้ตัดสินจากจำนวนครั้งที่สูบเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณารูปแบบของปัญหาโดยรวม
อาการของภาวะติดกัญชา มีอะไรบ้าง?
อาการสามารถแสดงออกได้หลายด้าน และผู้ป่วยแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีอาการเหมือนกันทั้งหมด
ควบคุมการใช้ได้ยาก
อาจตั้งใจว่าจะใช้เพียงเล็กน้อยหรือใช้เฉพาะบางวัน แต่เมื่อเริ่มแล้วกลับใช้มากหรือนานกว่าที่ตั้งใจ
บางคนพยายามกำหนดว่า “เดือนนี้จะลด” หรือ “จะหยุดสักพัก” แต่ทำได้ไม่นานก็กลับไปใช้รูปแบบเดิม
มีความอยากใช้กัญชา
Craving หมายถึงความอยากใช้สารอย่างมาก
ความอยากอาจเกิดขึ้นเมื่อเครียด เบื่อ เหงา นอนไม่หลับ เจอเพื่อนที่เคยใช้ด้วยกัน หรือกลับไปอยู่ในสถานที่และสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกับการใช้กัญชา
ใช้เวลาหรือให้ความสำคัญกับกัญชามากขึ้น
กิจวัตรประจำวันอาจเริ่มหมุนรอบการใช้กัญชา เช่น ใช้เวลาหากัญชา วางแผนว่าจะใช้เมื่อไร ใช้สาร หรือพักฟื้นจากผลของการใช้
กิจกรรมที่เคยสนใจอาจลดลง และการใช้กัญชาค่อย ๆ เข้ามาแทนที่กิจกรรมอื่น
ใช้ต่อแม้เกิดผลกระทบ
บางคนรู้ว่าการใช้กำลังสร้างปัญหา เช่น
- เรียนหรือทำงานได้แย่ลง
- สมาธิหรือความจำมีปัญหา
- ทะเลาะกับคู่รักหรือครอบครัว
- ขาดความรับผิดชอบบางอย่าง
- ใช้เงินกับกัญชามากขึ้น
- มีอาการวิตกกังวลหรือหวาดระแวงหลังใช้
- รู้ว่ากัญชาทำให้อาการทางจิตเวชบางอย่างแย่ลง
แต่ยังรู้สึกว่าการลดหรือหยุดเป็นเรื่องยาก
ต้องใช้มากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อใช้ต่อเนื่อง บางคนอาจพบว่าปริมาณเดิมให้ผลน้อยลง จึงเพิ่มปริมาณหรือความถี่เพื่อให้ได้ผลใกล้เคียงกับที่เคยรู้สึก
ลักษณะนี้เรียกว่า Tolerance หรือภาวะดื้อกัญชา
มีอาการเมื่อหยุดกัญชา
ผู้ที่ใช้กัญชาต่อเนื่องบางรายสามารถเกิดอาการถอนเมื่อลดหรือหยุดใช้ ซึ่งอาจทำให้การพยายามเลิกยากขึ้น
แบบไหนที่อาจเข้าข่ายภาวะติดกัญชา?
การใช้กัญชาไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมี Cannabis Use Disorder
ในทางกลับกัน การบอกว่า “ไม่ได้สูบทุกวัน” ก็ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าไม่มีปัญหาได้
สิ่งที่ควรสังเกตคือความสัมพันธ์ระหว่างกัญชากับชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น
จากใช้บางครั้งกลายเป็นใช้บ่อยขึ้น
จากที่เคยหยุดได้ง่าย กลายเป็นพยายามหยุดหลายครั้งแต่ทำไม่ได้
จากที่ใช้เพื่อความผ่อนคลาย กลายเป็นรู้สึกว่าต้องใช้เพื่อให้นอนหลับ กินอาหาร รู้สึกปกติ หรือรับมือกับอารมณ์
หรือเริ่มมีผลกระทบต่อการเรียน งาน เงิน ความสัมพันธ์ และสุขภาพ แต่ยังคงใช้ต่อ
หากเริ่มเกิดรูปแบบเหล่านี้ สามารถเข้ามาประเมินได้โดยไม่จำเป็นต้องรอจนมั่นใจว่าตนเอง “ติดกัญชา”
ตามเกณฑ์ DSM ภาวะติดกัญชาวินิจฉัยอย่างไร?
DSM ย่อมาจาก Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders เป็นคู่มือเกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวชของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (American Psychiatric Association)
ตามแนวทาง DSM การวินิจฉัย Cannabis Use Disorder พิจารณารูปแบบการใช้กัญชาที่ก่อให้เกิดปัญหาหรือความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินอาการที่เกิดขึ้นภายในช่วง 12 เดือน เช่น
- ใช้กัญชามากกว่าหรือนานกว่าที่ตั้งใจ
- อยากลดหรือหยุด แต่พยายามแล้วไม่สำเร็จ
- ใช้เวลาไปกับการหา ใช้ หรือฟื้นตัวจากกัญชามาก
- มีความอยากใช้กัญชาอย่างมาก
- การใช้ทำให้มีปัญหากับหน้าที่สำคัญ
- ยังคงใช้แม้เกิดปัญหาทางสังคมหรือความสัมพันธ์
- ลดหรือเลิกกิจกรรมสำคัญเพราะการใช้
- ใช้ในสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย
- ยังคงใช้แม้ทราบว่ากัญชากำลังทำให้ปัญหาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตแย่ลง
- เกิด Tolerance
- เกิด Withdrawal
การประเมินจำนวนอาการช่วยให้แพทย์พิจารณาระดับความรุนแรงของ Cannabis Use Disorder ได้
เกณฑ์เหล่านี้ควรใช้ประกอบการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ใช้เป็นแบบตรวจเพื่อวินิจฉัยตนเองจากอินเทอร์เน็ต
อาการถอนกัญชา (Cannabis Withdrawal) เป็นอย่างไร?
ผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจำและต่อเนื่องบางรายอาจเกิด Cannabis Withdrawal หรือภาวะถอนกัญชาเมื่อลดหรือหยุดใช้
อาการที่พบได้ เช่น
- หงุดหงิด
- โกรธง่ายหรือก้าวร้าวมากขึ้น
- วิตกกังวล
- กระสับกระส่าย
- นอนไม่หลับ
- หลับไม่สนิท
- ฝันผิดปกติหรือฝันชัดขึ้น
- ความอยากอาหารลดลง
- น้ำหนักลดในบางราย
- อารมณ์ไม่ดีหรือรู้สึกเศร้า
- มีอาการทางกายบางอย่าง เช่น ปวดศีรษะ เหงื่อออก หนาวสั่น หรือไม่สบายท้อง
อาการเหล่านี้อาจทำให้บางคนกลับไปใช้กัญชาอีก เพราะพบว่าเมื่อกลับไปใช้แล้วอาการไม่สบายลดลงชั่วคราว
การกลับไปใช้ในสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่ควรถูกอธิบายเพียงว่า “ใจไม่แข็ง” แต่ควรประเมินรูปแบบการพึ่งพาและวางแผนรับมือกับอาการถอนและความอยากอย่างเหมาะสม
ภาวะติดกัญชา เกิดจากอะไร?
ไม่มีสาเหตุเดียวที่ทำให้คนหนึ่งเกิด Cannabis Use Disorder
โดยทั่วไปเป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน
ปัจจัยทางสมองและชีวภาพ
กัญชามีสาร cannabinoid หลายชนิด โดย THC หรือ tetrahydrocannabinol เป็นสารสำคัญชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท
THC ออกฤทธิ์ต่อระบบ cannabinoid ในสมอง และสามารถส่งผลต่อการรับรู้ อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้ และพฤติกรรม
เมื่อใช้ต่อเนื่อง สมองสามารถเกิดการปรับตัว ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิด Tolerance และ Withdrawal ในผู้ใช้บางราย
พันธุกรรม อายุที่เริ่มใช้ และความแตกต่างทางชีวภาพของแต่ละคนก็อาจมีส่วนต่อความเสี่ยง
ปัจจัยทางจิตใจ
บางคนเริ่มใช้กัญชาเพราะรู้สึกว่าช่วยให้
- ผ่อนคลาย
- ลดความเครียด
- หลับง่ายขึ้น
- ลืมปัญหา
- ลดความเบื่อหรือความเหงา
- รับมือกับอารมณ์บางอย่างได้ง่ายขึ้น
เมื่อใช้กัญชาเป็นวิธีหลักในการจัดการกับความเครียดหรืออารมณ์ซ้ำ ๆ การลดหรือหยุดอาจยากขึ้น เพราะผู้ใช้ยังต้องเผชิญกับปัญหาเดิมโดยไม่มีวิธีรับมืออื่นมาทดแทน
ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มเพื่อน การเข้าถึงกัญชา การใช้ในครอบครัวหรือกลุ่มสังคม ความเครียดจากชีวิต และสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับการใช้ สามารถมีส่วนต่อการเริ่มใช้และการใช้ต่อเนื่องได้
การรักษาจึงควรพิจารณาทั้งตัวสารและบริบทชีวิตของผู้ป่วย
กัญชาทำให้หวาดระแวง หูแว่ว หรือมีอาการทางจิตได้ไหม?
ได้ในบางคน
การใช้กัญชาสามารถสัมพันธ์กับอาการวิตกกังวล ความหวาดระแวง และอาการทางจิตได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี THC สูง การได้รับปริมาณมาก หรือในบุคคลที่มีความเปราะบางต่ออาการทางจิต
อาการทางจิต (Psychosis) หมายถึงกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติในการรับรู้ ความคิด หรือการตีความความเป็นจริง เช่น
- หูแว่วหรือประสาทหลอน
- อาการหลงผิด
- หวาดระแวงรุนแรง
- ความคิดหรือคำพูดผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้กัญชาเกิดอาการทางจิต ไม่ควรสรุปทันทีว่า “เป็นเพราะกัญชาอย่างเดียว”
จิตแพทย์ต้องพิจารณาหลายความเป็นไปได้ เช่น อาการเกิดจากผลของกัญชา เป็นโรคทางจิตเวชที่เกิดขึ้นเองและถูกกัญชากระตุ้นให้แสดงอาการ หรือมีทั้งปัญหาการใช้กัญชาและโรคทางจิตเวชเกิดร่วมกัน
ลำดับเวลาของการใช้สารและอาการจึงมีความสำคัญต่อการวินิจฉัย
กัญชากับโรคซึมเศร้า วิตกกังวล และปัญหาการนอนเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
บางคนเริ่มใช้กัญชาเพราะต้องการลดความเครียด ความวิตกกังวล อารมณ์เศร้า หรือช่วยให้นอนหลับ
แต่เมื่อใช้ต่อเนื่อง ปัญหาจะซับซ้อนขึ้นได้ เพราะอาการทางอารมณ์และการนอนอาจเกี่ยวข้องทั้งกับโรคเดิม ผลจากกัญชา และอาการถอนกัญชา
ตัวอย่างเช่น คนที่พยายามหยุดกัญชาอาจนอนไม่หลับและหงุดหงิด จึงรู้สึกว่า
“ถ้าไม่สูบ ฉันนอนไม่ได้”
และกลับไปใช้เพื่อให้นอนหลับอีกครั้ง
ในสถานการณ์เช่นนี้ การรักษาไม่ควรดูเฉพาะเรื่องการหยุดกัญชา แต่ควรประเมินและรักษาปัญหาการนอน ความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน
ภาวะติดกัญชา รักษาอย่างไร?
แผนการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง รูปแบบการใช้ อายุ สุขภาพร่างกาย โรคทางจิตเวชที่เกิดร่วม สภาพแวดล้อม และเป้าหมายของผู้ป่วย
ประเมินรูปแบบการใช้กัญชา
แพทย์อาจประเมินว่าใช้กัญชาในรูปแบบใด ใช้บ่อยและมากเพียงใด ใช้มานานเท่าไร ใช้ครั้งล่าสุดเมื่อใด และเคยพยายามลดหรือหยุดหรือไม่
ควรแจ้งรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตามจริง เช่น การสูบ การสูบผ่านอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์รับประทาน หรือสารสกัด เพราะปริมาณและรูปแบบการได้รับ THC สามารถแตกต่างกันได้
นอกจากนี้ยังควรประเมินการใช้แอลกอฮอล์หรือสารอื่นร่วมด้วย
ประเมินสุขภาพจิตที่เกิดร่วมกัน
ควรประเมินอาการซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาการนอน สมาธิ อารมณ์ผิดปกติ รวมถึงอาการทางจิต เช่น หูแว่ว หลงผิด หรือหวาดระแวง
หากผู้ป่วยใช้กัญชาเพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต การรักษาปัญหานั้นร่วมกันมีความสำคัญต่อการลดโอกาสกลับไปใช้
จิตบำบัดและการปรับพฤติกรรม
การรักษาทางจิตใจและการปรับพฤติกรรมเป็นส่วนสำคัญของการรักษา Cannabis Use Disorder
ผู้ป่วยสามารถเรียนรู้ที่จะสังเกตตัวกระตุ้นที่ทำให้อยากใช้ วางแผนรับมือกับ Craving เปลี่ยนกิจวัตรที่เชื่อมโยงกับกัญชา และสร้างวิธีจัดการกับความเครียดหรืออารมณ์โดยไม่ต้องพึ่งสาร
การรักษายังสามารถช่วยวางแผนป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำและฟื้นฟูด้านการเรียน งาน ความสัมพันธ์ และกิจวัตรประจำวัน
การรักษาด้วยยา
ปัจจุบันการรักษา Cannabis Use Disorder ไม่ได้มียามาตรฐานตัวเดียวที่ใช้รักษาได้กับทุกคนเหมือนกัน
แพทย์อาจพิจารณาการรักษาตามอาการและโรคที่เกิดร่วม เช่น ปัญหาการนอน ความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรืออาการทางจิต โดยต้องพิจารณาตามการวินิจฉัยของแต่ละคน
ไม่ควรซื้อยามาใช้เองเพื่อแก้อาการถอนหรือช่วยให้เลิกกัญชาโดยไม่ได้รับคำแนะนำทางการแพทย์
ถ้าเลิกกัญชาแล้วกลับไปใช้อีก แปลว่ารักษาไม่ได้หรือไม่?
ไม่จำเป็น
การกลับไปใช้กัญชาอีกอาจเกิดขึ้นในกระบวนการฟื้นตัวของบางคน สิ่งสำคัญคือใช้เหตุการณ์นั้นเพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น
อาจเป็นความเครียด นอนไม่หลับ ความเหงา การกลับไปพบกลุ่มเพื่อนเดิม ความอยากใช้ หรือความคิดว่า “ใช้ครั้งเดียวคงไม่เป็นอะไร”
แทนที่จะสรุปว่า “ล้มเหลวแล้ว” สามารถนำข้อมูลเหล่านี้กลับมาปรับแผนการรักษาและการป้องกันการกลับไปใช้ครั้งต่อไปได้
ครอบครัวควรช่วยคนที่มีปัญหาการใช้กัญชาอย่างไร?
ครอบครัวอาจรู้สึกสับสน เพราะผู้ใช้บางคนมองว่ากัญชาไม่มีปัญหา ขณะที่คนในบ้านเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียน งาน อารมณ์ การนอน หรือความสัมพันธ์
การเริ่มต้นด้วยการกล่าวหา เช่น
“ติดกัญชาแล้ว”
“สูบจนไม่เอาอะไรเลย”
“ถ้าอยากเลิกจริงก็เลิกได้”
อาจทำให้ผู้ป่วยปกป้องตัวเองและไม่อยากพูดคุยต่อ
อาจเริ่มจากสิ่งที่สังเกตได้จริง เช่น
“ช่วงหลังเราเห็นว่าคุณใช้บ่อยขึ้นและพอไม่ได้ใช้ดูเหมือนจะนอนไม่หลับมาก”
“เราเห็นว่าคุณพยายามลดหลายครั้งแล้วแต่ดูเหมือนจะยาก”
“เราไม่ได้อยากตัดสินว่าเป็นเพราะอะไร แต่อยากลองไปคุยกับหมอว่ามีวิธีช่วยไหม”
เป้าหมายไม่จำเป็นต้องเป็นการบังคับให้ผู้ป่วยยอมรับทันทีว่า “ฉันติดกัญชา” แต่เป็นการช่วยให้เขาเริ่มมองเห็นผลกระทบและเปิดโอกาสให้เข้ารับการประเมิน
เมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาลทันที?
หากหลังใช้กัญชามีอาการทางจิตหรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีอาการ เช่น
- หูแว่วหรือเห็นภาพหลอนรุนแรง
- หลงผิดหรือหวาดระแวงมาก
- สับสนมาก
- กระสับกระส่ายหรือก้าวร้าวจนควบคุมไม่ได้
- มีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตนเอง
- มีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่น
- ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยพื้นฐานของตนเองได้
- มีอาการทางร่างกายรุนแรงหรือระดับความรู้สึกตัวผิดปกติ
หากใช้กัญชาร่วมกับแอลกอฮอล์ ยา หรือสารเสพติดชนิดอื่น ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ตามจริง เพราะมีผลต่อการประเมินและการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาการใช้และภาวะติดกัญชา (FAQ)
กัญชาติดได้ไหม?
ได้ ในทางการแพทย์มีการวินิจฉัย Cannabis Use Disorder ผู้ใช้บางรายสามารถเกิดความอยากใช้ ควบคุมการใช้ได้ยาก ใช้ต่อแม้เกิดผลเสีย เกิดภาวะดื้อ และมีอาการถอนเมื่อลดหรือหยุดใช้
สูบกัญชาทุกวัน แปลว่าติดกัญชาหรือไม่?
การใช้ทุกวันเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่สามารถใช้เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัย Cannabis Use Disorder แพทย์จะประเมินรูปแบบการใช้ การควบคุม ความอยาก ผลกระทบ และอาการอื่นร่วมกัน
เลิกกัญชาแล้วนอนไม่หลับ เป็นอาการถอนได้ไหม?
ได้ ปัญหาการนอนเป็นหนึ่งในอาการที่สามารถพบได้ใน Cannabis Withdrawal โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ต่อเนื่องแล้วลดหรือหยุดใช้
เลิกกัญชาแล้วหงุดหงิด เป็นเรื่องปกติไหม?
ความหงุดหงิด โกรธง่าย วิตกกังวล หรือกระสับกระส่ายสามารถพบได้ในช่วงถอนกัญชา แต่หากอาการรุนแรงหรือมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมิน
กัญชาทำให้เป็นโรคจิตเภทไหม?
ไม่ควรสรุปแบบตรงไปตรงมาว่าการใช้กัญชาจะทำให้ทุกคนเป็นโรคจิตเภท แต่การใช้กัญชาสัมพันธ์กับความเสี่ยงของอาการทางจิต และความสัมพันธ์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รูปแบบการใช้ ความแรงของ THC อายุ และความเปราะบางของแต่ละบุคคล
หากหลังใช้กัญชามีหูแว่ว หลงผิด หรือหวาดระแวง ควรได้รับการประเมินโดยจิตแพทย์เพื่อแยกว่าเป็นอาการจากสารหรือมีโรคทางจิตเวชอื่นร่วมด้วย
ต้องเลิกกัญชาให้ได้ก่อนถึงจะมาพบจิตแพทย์ได้ไหม?
ไม่จำเป็น
สามารถมาปรึกษาได้แม้ยังใช้อยู่ ลดไม่ได้ ยังไม่แน่ใจว่าต้องการเลิกหรือไม่ หรือเคยเลิกแล้วกลับไปใช้ใหม่
การรักษาสามารถเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจรูปแบบการใช้ ผลกระทบ และเป้าหมายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยในขณะนั้น
ปรึกษาปัญหาการใช้และภาวะติดกัญชา ที่ Piti Clinic
หากคุณหรือคนใกล้ตัวใช้กัญชาบ่อยขึ้น ควบคุมการใช้ได้ยาก พยายามลดหรือหยุดแล้วไม่สำเร็จ ต้องใช้มากขึ้น มีอาการนอนไม่หลับหรือหงุดหงิดเมื่อหยุด หรือการใช้กัญชาเริ่มส่งผลต่อการเรียน งาน ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิต สามารถเข้ามาปรึกษาได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรง
หากมีอาการหวาดระแวง หูแว่ว หลงผิด อารมณ์เปลี่ยนแปลงมาก หรือไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นมาจากกัญชาหรือโรคทางจิตเวชอื่น การประเมินโดยจิตแพทย์จะช่วยแยกสาเหตุและวางแผนการรักษาได้เหมาะสมขึ้น
ที่ Piti Clinic จิตแพทย์และทีมสุขภาพจิตสามารถประเมินรูปแบบการใช้กัญชา Cannabis Use Disorder อาการถอน ปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดร่วม และช่วยวางแผนการลดหรือหยุด การจัดการความอยาก และการป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำให้เหมาะกับแต่ละคน
สำหรับครอบครัวที่เป็นห่วงคนใกล้ตัว แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มพูดหรือชวนมารักษาอย่างไร สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและวางแนวทางช่วยเหลือได้เช่นกัน