ข้ามไปเนื้อหา
โทร 090 230 6000LINE @piticlinic

โรคติดการพนัน (Gambling Disorder) อาการ สาเหตุ และการรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ปีติ คลินิก · ตรวจทานโดย นพ. พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์) · 13 กันยายน 2569

“เสียไปแล้ว อยากเล่นอีกสักครั้งเพื่อเอาเงินคืน”

“ตั้งใจว่าจะเล่นแค่นิดเดียว แต่สุดท้ายหยุดไม่ได้”

“เคยสัญญากับครอบครัวว่าจะเลิก แต่ไม่นานก็กลับไปเล่นอีก”

“เริ่มปิดบังว่าเสียเงินไปเท่าไร เพราะกลัวคนในบ้านรู้”

“เป็นหนี้แล้ว แต่ยังคิดว่าถ้าครั้งหน้าชนะ ทุกอย่างน่าจะกลับมาเหมือนเดิม”

หากการพนันเริ่มควบคุมได้ยาก พยายามลดหรือเลิกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ต้องเพิ่มจำนวนเงินที่เล่น ไล่ตามเงินที่เสียไป หรือการพนันเริ่มสร้างปัญหาด้านการเงิน งาน และความสัมพันธ์ อาจเป็นสัญญาณของโรคติดการพนัน (Gambling Disorder)

โรคติดการพนันเป็นปัญหาสุขภาพจิต ไม่ควรถูกอธิบายเพียงว่าเป็นเพราะผู้ป่วยโลภ ไม่มีวินัย หรือไม่รักครอบครัว เพราะเมื่อการพนันพัฒนาเป็นปัญหา กระบวนการเกี่ยวกับรางวัล ความคาดหวัง การควบคุมพฤติกรรม อารมณ์ และสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ สามารถทำให้การหยุดพนันยากกว่าที่คนรอบตัวเข้าใจ

และไม่จำเป็นต้องรอให้หมดตัวหรือมีหนี้จำนวนมากก่อนจึงเข้ารับการรักษา

โรคติดการพนัน (Gambling Disorder) คืออะไร?

Gambling Disorder คือความผิดปกติที่มีพฤติกรรมการพนันอย่างต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำจนก่อให้เกิดปัญหาหรือความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญ

การพนันในที่นี้ไม่ได้พิจารณาเฉพาะสถานที่หรือรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง สิ่งสำคัญคือพฤติกรรมการพนันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิต

ผู้ที่มี Gambling Disorder อาจพบว่าใช้ความคิดและเวลาไปกับการพนันมากขึ้น ต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนเดิม พยายามลดหรือเลิกแต่ทำไม่ได้ หรือกลับไปเล่นเพื่อหวังเอาเงินที่เสียไปคืน

เมื่อปัญหารุนแรงขึ้น บางคนอาจเริ่มปกปิดหรือโกหกคนในครอบครัวเรื่องการพนัน เกิดหนี้ กระทบการเรียนหรือการทำงาน และต้องพึ่งคนอื่นให้ช่วยแก้ปัญหาทางการเงินที่เกิดจากการพนัน

การเล่นพนันไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมี Gambling Disorder การวินิจฉัยต้องพิจารณารูปแบบพฤติกรรม ความต่อเนื่อง ความรุนแรง และผลกระทบโดยรวม

อาการของโรคติดการพนัน มีอะไรบ้าง?

อาการของ Gambling Disorder ไม่ได้ดูเพียงว่าเสียเงินไปเท่าไร เพราะจำนวนเงินเดียวกันสามารถสร้างผลกระทบต่อแต่ละคนไม่เท่ากัน

สิ่งสำคัญคือการพนันเริ่มเข้ามาควบคุมความคิด พฤติกรรม และชีวิตมากเพียงใด

คิดถึงการพนันมากขึ้น

ผู้ป่วยอาจใช้เวลาคิดถึงการพนันบ่อย เช่น

คิดถึงครั้งที่ผ่านมา

วางแผนว่าจะเล่นครั้งต่อไปเมื่อไร

คิดว่าจะหาเงินจากไหนมาเล่น

หรือคิดอยู่ตลอดว่าจะทำอย่างไรให้ได้เงินที่เสียไปกลับคืนมา

ต้องเพิ่มจำนวนเงินที่ใช้พนัน

บางคนพบว่าการเล่นด้วยเงินจำนวนเดิมไม่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนก่อน จึงค่อย ๆ เพิ่มเงินเดิมพันหรือเพิ่มความเสี่ยง

พยายามเลิกการพนันแต่ทำไม่ได้

อาจเคยสัญญากับตัวเองหรือครอบครัวว่าจะหยุด ลบแอป ปิดบัญชี หรือหยุดไปช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายกลับไปเล่นอีก

กระสับกระส่ายหรือหงุดหงิดเมื่อพยายามหยุด

เมื่อพยายามลดหรือหยุดการพนัน บางคนอาจรู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิด หรือคิดถึงการพนันมากจนกลับไปเล่นอีก

ใช้การพนันเพื่อหนีจากความทุกข์

บางคนเล่นการพนันเมื่อเครียด เหงา เบื่อ รู้สึกผิด วิตกกังวล หรือมีอารมณ์เศร้า

ในระยะสั้น การพนันอาจทำให้จดจ่อกับเกมและลืมปัญหาชั่วคราว แต่ปัญหาที่อยู่เบื้องหลังยังคงอยู่ และผลจากการพนันอาจสร้างความเครียดเพิ่มขึ้นอีก

ไล่ทุน หรือพยายามเอาเงินที่เสียไปคืน

หนึ่งในพฤติกรรมสำคัญของปัญหาการพนันคือ Chasing Losses หรือการไล่ตามเงินที่เสียไป

ตัวอย่างเช่น

“วันนี้เสียไป 20,000 ถ้าเล่นอีกนิดแล้วได้คืนก็จะหยุด”

แต่เมื่อเสียเพิ่ม ก็อาจเกิดความคิดว่า

“ตอนนี้เสียไปเยอะกว่าเดิมแล้ว ยิ่งต้องเอาคืนให้ได้”

วงจรนี้สามารถทำให้ความเสียหายทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปกปิดหรือโกหกเรื่องการพนัน

ผู้ป่วยอาจบอกครอบครัวว่าเล่นน้อยกว่าความจริง ปกปิดจำนวนเงินที่เสีย ลบประวัติธุรกรรม หรือโกหกว่าเงินถูกนำไปใช้เรื่องอื่น

พฤติกรรมเหล่านี้มักทำให้ความไว้วางใจในครอบครัวเสียหายตามมา

การพนันเริ่มกระทบชีวิต

ปัญหาอาจลุกลามไปสู่

  • หนี้สิน
  • เงินเก็บหมด
  • ยืมเงินคนรอบตัว
  • ปัญหาความสัมพันธ์
  • การเรียนหรือการทำงานเสียหาย
  • ขาดงาน
  • นอนไม่หลับ
  • ความเครียดและความวิตกกังวล
  • ความรู้สึกผิดหรือสิ้นหวัง

บางรายอาจมีความคิดทำร้ายตนเองเมื่อเผชิญหนี้หรือผลกระทบที่รู้สึกว่าไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งควรได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว

แบบไหนที่อาจเข้าข่ายโรคติดการพนัน?

การเล่นพนันเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าเป็น Gambling Disorder

ในทางกลับกัน การยังทำงานได้หรือยังไม่มีหนี้จำนวนมากก็ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีปัญหา

สิ่งที่ควรสังเกตคือความสามารถในการควบคุมการพนันเริ่มเปลี่ยนไปหรือไม่

เช่น ตั้งใจว่าจะเล่นเพียงจำนวนหนึ่งแต่ใช้มากกว่าที่กำหนด พยายามเลิกหลายครั้งแต่กลับไปเล่น ต้องเพิ่มเงินเดิมพัน คิดถึงการพนันบ่อย เริ่มไล่ทุน ปกปิดการเล่นจากครอบครัว หรือการพนันกำลังทำให้ชีวิตด้านอื่นเสียหาย

หากเริ่มเกิดรูปแบบเหล่านี้ สามารถเข้ามาปรึกษาได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีหนี้จำนวนมากหรือสูญเสียทุกอย่างก่อน

ตามเกณฑ์ DSM โรคติดการพนันวินิจฉัยอย่างไร?

DSM ย่อมาจาก Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders เป็นคู่มือเกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวชของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (American Psychiatric Association) ซึ่งเป็นเกณฑ์การวินิจฉัยทางจิตเวชที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับสากล

ตามแนวทาง DSM การวินิจฉัย Gambling Disorder พิจารณารูปแบบการพนันที่เป็นปัญหาอย่างต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำและนำไปสู่ความบกพร่องหรือความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญ โดยพิจารณาอาการภายในช่วง 12 เดือน เช่น

  • ต้องใช้เงินพนันมากขึ้นเพื่อให้เกิดความตื่นเต้นตามต้องการ
  • กระสับกระส่ายหรือหงุดหงิดเมื่อพยายามลดหรือหยุด
  • พยายามควบคุม ลด หรือเลิกการพนันหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ
  • หมกมุ่นหรือคิดถึงการพนันบ่อย
  • มักเล่นพนันเมื่อรู้สึกทุกข์ เช่น เครียด วิตกกังวล รู้สึกผิด หรือซึมเศร้า
  • หลังเสียเงินจากการพนัน มักกลับไปเล่นอีกเพื่อหวังเอาเงินคืน
  • โกหกเพื่อปกปิดระดับความเกี่ยวข้องกับการพนัน
  • การพนันทำให้ความสัมพันธ์ การเรียน การทำงาน หรือโอกาสสำคัญเสียหาย
  • ต้องพึ่งพาคนอื่นให้ช่วยเรื่องเงินเพื่อแก้สถานการณ์ทางการเงินที่เกิดจากการพนัน

แพทย์จะประเมินจำนวนอาการ ความรุนแรง ระยะเวลา และบริบทอื่นร่วมกัน ไม่ได้วินิจฉัยจากพฤติกรรมข้อใดข้อหนึ่งเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาว่าพฤติกรรมการพนันเกิดขึ้นเฉพาะในช่วง Mania หรือไม่

Mania หรือภาวะแมเนีย คือช่วงที่มีอารมณ์ครึกครื้นหรือหงุดหงิดผิดปกติร่วมกับพลังงานและกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เช่น นอนน้อยแต่ไม่รู้สึกเพลีย พูดมาก ความคิดแล่นเร็ว มั่นใจในตนเองมากผิดปกติ หรือทำพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น

การพนันที่เกิดขึ้นจาก Mania ในโรคอารมณ์สองขั้วจึงต้องได้รับการประเมินแยกจาก Gambling Disorder

DSM ไม่ใช่แบบเช็กลิสต์สำหรับวินิจฉัยตัวเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินทางคลินิกโดยผู้เชี่ยวชาญ

ทำไมการพนันถึงทำให้หยุดยาก?

การพนันเกี่ยวข้องกับระบบรางวัลและการเรียนรู้ของสมอง

สิ่งที่ทำให้การพนันมีพลังต่อพฤติกรรมไม่ใช่เพียงการ “ได้เงิน” แต่รวมถึงความคาดหวังว่าจะชนะ ความตื่นเต้นระหว่างรอผล และการได้รับรางวัลแบบไม่แน่นอน

เมื่อผลลัพธ์ไม่สามารถคาดเดาได้ สมองสามารถเรียนรู้ให้กลับไปทำพฤติกรรมนั้นซ้ำเพื่อรอรางวัลครั้งต่อไป

นอกจากนี้ ผู้เล่นอาจเริ่มเกิดรูปแบบความคิดที่ทำให้เล่นต่อ เช่น เชื่อว่าหลังแพ้มาหลายครั้ง “รอบต่อไปต้องถึงตาชนะ” หรือรู้สึกว่าตนเองเกือบจะจับรูปแบบของเกมได้แล้ว

เมื่อรวมกับความต้องการเอาเงินที่เสียไปคืน วงจรการพนันจึงสามารถดำเนินต่อแม้ผู้เล่นจะรู้ว่ากำลังสร้างปัญหา

ทำไมยิ่งเสีย ยิ่งอยากเล่นเอาคืน?

Chasing Losses หรือการไล่ทุน เป็นหนึ่งในลักษณะที่พบได้ใน Gambling Disorder

เมื่อเสียเงิน ผู้เล่นไม่ได้รู้สึกเพียงว่าเสียเงิน แต่บางคนรู้สึกว่าต้อง “แก้ตัว” หรือ “ทำให้กลับมาเท่าทุน” ก่อนจึงจะหยุดได้

ปัญหาคือการพนันครั้งใหม่ไม่ได้ทำให้โอกาสชนะเพิ่มขึ้นเพียงเพราะครั้งก่อนเสีย

หากเสียเพิ่ม ความกดดันที่จะเอาเงินคืนก็ยิ่งมากขึ้น ทำให้เพิ่มเงินเดิมพัน ยืมเงิน หรือใช้เงินที่เดิมไม่ได้ตั้งใจจะนำมาเล่น

จึงเกิดวงจร

เสียเงิน → อยากเอาคืน → เล่นเพิ่ม → เสียเพิ่ม → ยิ่งรู้สึกว่าต้องเอาคืน

การออกจากวงจรนี้มักต้องทำมากกว่าการเตือนตัวเองว่า “ครั้งนี้ต้องมีสติ” แต่ต้องจัดการทั้งการเข้าถึงเงิน สิ่งกระตุ้น ความคิดเกี่ยวกับการพนัน และปัญหาทางอารมณ์ที่ทำให้กลับไปเล่น

โรคติดการพนัน เกิดจากอะไร?

Gambling Disorder ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว และไม่ควรสรุปว่าเกิดจากนิสัยไม่ดีหรือความโลภ

โดยทั่วไปมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องกัน

ปัจจัยทางสมองและชีวภาพ

ระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ การตัดสินใจ และการควบคุมพฤติกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการพนัน

ความแตกต่างของแต่ละบุคคล รวมถึงความเปราะบางทางพันธุกรรม อาจมีส่วนต่อความเสี่ยง

ปัจจัยทางความคิดและอารมณ์

ผู้ที่มีปัญหาการพนันอาจมีความคิดเกี่ยวกับโอกาสและความน่าจะเป็นที่คลาดเคลื่อน เช่น รู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมผลลัพธ์ที่จริงแล้วขึ้นอยู่กับความสุ่ม หรือเชื่อว่าหลังแพ้หลายครั้ง โอกาสชนะครั้งต่อไปจะต้องสูงขึ้น

บางคนใช้การพนันเป็นวิธีรับมือกับความเครียด ความเบื่อ ความเหงา ความวิตกกังวล หรืออารมณ์เศร้า

ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

การเข้าถึงการพนันได้ง่าย การมีเงินหรือช่องทางการเงินพร้อมใช้ การอยู่ในกลุ่มที่เล่นพนัน และสิ่งกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมสามารถทำให้การลดหรือหยุดยากขึ้น

เมื่อการพนันสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา ระยะห่างระหว่าง “ความอยากเล่น” กับ “การเริ่มเล่น” อาจสั้นลงมาก

การพนันออนไลน์ต่างจากการพนันรูปแบบอื่นอย่างไร?

ในมุมของการรักษา สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการพนันเกิดขึ้นที่ใด แต่คือรูปแบบการควบคุมและผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม การพนันที่เข้าถึงผ่านโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตอาจมีลักษณะที่ทำให้ผู้เล่นเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว สามารถเล่นได้โดยไม่ต้องเดินทาง และเงินถูกใช้ผ่านระบบดิจิทัล

สำหรับผู้ที่กำลังพยายามหยุดการพนัน การประเมินสิ่งกระตุ้นจึงควรรวมถึงโทรศัพท์ แอป เว็บไซต์ การแจ้งเตือน ช่องทางการเงิน และกิจวัตรที่เชื่อมโยงกับการพนันด้วย

โรคติดการพนันเกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวชอื่นไหม?

ผู้ที่มี Gambling Disorder สามารถมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นร่วมด้วยได้ เช่น

  • โรคซึมเศร้า
  • โรควิตกกังวล
  • โรคอารมณ์สองขั้ว
  • โรคสมาธิสั้น
  • ปัญหาการใช้แอลกอฮอล์
  • ปัญหาการใช้สารเสพติด
  • ปัญหาการนอน

ในบางคน การพนันอาจเริ่มขึ้นหรือรุนแรงขึ้นในช่วงที่สุขภาพจิตแย่ลง

ในทางกลับกัน หนี้ ความขัดแย้งในครอบครัว และความรู้สึกผิดจากการพนันก็สามารถทำให้อาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความสิ้นหวังรุนแรงขึ้นได้

การประเมินจึงไม่ควรถามเพียงว่า “เล่นพนันเท่าไร” แต่ควรประเมินสุขภาพจิตโดยรวมด้วย

โรคติดการพนัน รักษาอย่างไร?

การรักษา Gambling Disorder ควรออกแบบให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน โดยพิจารณาความรุนแรง รูปแบบการพนัน หนี้สิน โรคทางจิตเวชที่เกิดร่วม สภาพครอบครัว และตัวกระตุ้นที่ทำให้กลับไปเล่น

ประเมินรูปแบบการพนัน

ผู้เชี่ยวชาญอาจประเมินว่าเริ่มเล่นเมื่อไร เล่นรูปแบบใด เล่นบ่อยเพียงใด ใช้เงินประมาณเท่าไร เคยพยายามหยุดหรือไม่ และอะไรทำให้กลับไปเล่น

เป้าหมายของการถามเรื่องเงินหรือพฤติกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อตำหนิ แต่เพื่อทำความเข้าใจความรุนแรงและวางแผนลดความเสี่ยง

จิตบำบัดและการปรับพฤติกรรม

การรักษาทางจิตใจมีบทบาทสำคัญในการรักษา Gambling Disorder

การบำบัดอาจช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตัวกระตุ้นของความอยากเล่น ตรวจสอบความคิดที่เกี่ยวข้องกับโอกาส การชนะ และการไล่ทุน รวมถึงฝึกวิธีรับมือกับความเครียดและความอยากโดยไม่กลับไปเล่นพนัน

เป้าหมายยังรวมถึงการสร้างกิจวัตรและกิจกรรมอื่นที่มีความหมายกลับเข้ามาในชีวิต

จำกัดการเข้าถึงการพนันและเงิน

การรักษาอาจต้องปรับสภาพแวดล้อมเพื่อทำให้การกลับไปเล่นยากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ลดช่องทางที่เข้าถึงการพนัน จัดการการเข้าถึงเงินและเครดิตให้เหมาะสม และวางแผนร่วมกับบุคคลที่ไว้ใจได้ในช่วงที่ความอยากเล่นยังสูง

การจัดการเรื่องเงินควรทำอย่างโปร่งใสและคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ใช่ใช้เป็นการลงโทษหรือควบคุมผู้ป่วย

รักษาโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วม

หากมีโรคซึมเศร้า วิตกกังวล Bipolar ADHD ปัญหาการใช้สาร หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ควรได้รับการประเมินและรักษาควบคู่กัน

การรักษาเฉพาะการพนันโดยไม่ดูปัญหาที่เป็นตัวกระตุ้นอาจทำให้การฟื้นตัวทำได้ยากขึ้น

การรักษาด้วยยา

ไม่มียาตัวเดียวที่ใช้รักษา Gambling Disorder ได้เหมือนกันสำหรับทุกคน

จิตแพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยาตามอาการ โรคทางจิตเวชที่เกิดร่วม และลักษณะของผู้ป่วยแต่ละราย

จึงไม่ควรซื้อยามาใช้เองโดยหวังว่าจะช่วยให้ “เลิกพนัน” ได้โดยไม่ผ่านการประเมิน

ถ้าเลิกพนันแล้วกลับไปเล่นอีก แปลว่ารักษาไม่ได้หรือไม่?

ไม่จำเป็น

การกลับไปเล่นสามารถเกิดขึ้นได้ในกระบวนการฟื้นตัวของบางคน และควรนำเหตุการณ์นั้นกลับมาวิเคราะห์ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น

เช่น

มีเงินก้อนเข้ามา

เห็นโฆษณาหรือช่องทางที่เกี่ยวข้องกับการพนัน

เกิดความเครียดหรือทะเลาะกับคนในครอบครัว

รู้สึกเบื่อหรือเหงา

คิดถึงเงินที่เคยเสียไป

หรือคิดว่า “ตอนนี้ควบคุมได้แล้ว เล่นนิดเดียวคงไม่เป็นอะไร”

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาปรับแผนป้องกันการกลับไปเล่นในอนาคตได้

หากกลับไปเล่นอีก ไม่จำเป็นต้องรอจนเกิดหนี้ก้อนใหม่ก่อนจึงกลับมารักษา

ครอบครัวควรช่วยคนที่ติดการพนันอย่างไร?

โรคติดการพนันสามารถสร้างความเสียหายต่อความไว้วางใจในครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการโกหก ปกปิดหนี้ ยืมเงิน หรือใช้เงินของครอบครัว

ครอบครัวสามารถเข้าใจว่าผู้ป่วยมีปัญหาสุขภาพ และในขณะเดียวกันก็กำหนดขอบเขตเพื่อปกป้องตนเองได้

ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “เห็นใจ” กับ “ปกป้องครอบครัว” เพราะสามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน

สิ่งที่ครอบครัวอาจทำได้ เช่น

  • พูดถึงพฤติกรรมและผลกระทบอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ดูถูก
  • หลีกเลี่ยงการให้เงินเพื่อกลับไปเล่นเอาคืน
  • วางระบบการเงินที่ลดความเสี่ยงต่อการนำเงินไปพนัน
  • แยกบัญชีหรือปกป้องทรัพย์สินที่จำเป็นของครอบครัวตามความเหมาะสม
  • สนับสนุนให้เข้ารับการรักษา
  • ประเมินความปลอดภัยหากผู้ป่วยมีความสิ้นหวังหรือพูดถึงการฆ่าตัวตาย

แทนที่จะพูดว่า

“ถ้ารักครอบครัวจริงก็หยุดได้”

อาจพูดว่า

“เราเห็นว่าคุณพยายามหยุดหลายครั้งแล้ว แต่การพนันยังกลับมาสร้างปัญหา เราอยากให้ลองไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญ”

การช่วยเหลือไม่ได้หมายความว่าครอบครัวต้องใช้เงินชำระหนี้การพนันทุกครั้ง เพราะการช่วยทางการเงินโดยไม่มีแผนรักษาและขอบเขตที่ชัดเจนอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

คนติดการพนันมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายไหม?

ความเครียดจากการพนันสามารถรุนแรงมาก โดยเฉพาะเมื่อมีหนี้ ความสัมพันธ์เสียหาย ถูกเปิดเผยเรื่องที่ปกปิดไว้ หรือผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางแก้ปัญหา

หากผู้ป่วยพูดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ รู้สึกว่าครอบครัวจะสบายกว่าถ้าตนเองหายไป พูดถึงการฆ่าตัวตาย มีแผนทำร้ายตนเอง หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้สงสัยว่าจะเกิดอันตราย ไม่ควรปล่อยให้อยู่กับปัญหาเพียงลำพัง

ควรพาไปรับการประเมินฉุกเฉินทันที

การแก้ปัญหาหนี้สามารถค่อย ๆ วางแผนภายหลังได้ แต่ความปลอดภัยของชีวิตต้องมาก่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคติดการพนัน (FAQ)

เล่นพนันบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าติดการพนัน?

ไม่มีจำนวนครั้งหรือจำนวนเงินเดียวที่ใช้ตัดสินทุกคน การวินิจฉัยพิจารณาการควบคุมพฤติกรรม ความหมกมุ่น การไล่ทุน ความพยายามเลิก ผลกระทบ และอาการอื่นร่วมกัน

ยังทำงานได้ แปลว่ายังไม่ติดการพนันใช่ไหม?

ไม่เสมอไป ผู้ป่วยบางคนยังสามารถทำงานได้ในช่วงหนึ่ง แม้การพนันจะเริ่มสร้างปัญหาในด้านการเงิน ความสัมพันธ์ หรือสุขภาพจิตแล้ว

ไล่ทุนคืออะไร?

ไล่ทุน หรือ Chasing Losses คือการกลับไปพนันหลังเสียเงินเพื่อหวังเอาเงินที่เสียไปคืน พฤติกรรมนี้สามารถทำให้ผู้เล่นเพิ่มเงินเดิมพันและเกิดความเสียหายมากขึ้น

ทำไมรู้ว่าพนันเสียเปรียบ แต่ยังหยุดไม่ได้?

การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้เรื่องโอกาสชนะเพียงอย่างเดียว การพนันเกี่ยวข้องกับระบบรางวัล ความตื่นเต้น ความคาดหวัง ความอยาก และรูปแบบความคิดที่เกิดขึ้นระหว่างเล่น จึงอาจควบคุมได้ยากแม้รู้ว่ากำลังเสียเงิน

โรคติดการพนันรักษาได้ไหม?

Gambling Disorder สามารถเข้ารับการรักษาได้ การรักษาอาจประกอบด้วยจิตบำบัด การปรับพฤติกรรม การจัดการสิ่งกระตุ้นและการเข้าถึงเงิน รวมถึงการรักษาโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วม

ผู้ป่วยไม่ยอมรับว่าติดพนัน ครอบครัวมาปรึกษาก่อนได้ไหม?

ได้

ครอบครัวสามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรม วางวิธีสื่อสาร กำหนดขอบเขตทางการเงิน และประเมินว่าควรชวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างไร

ปรึกษาและรักษาโรคติดการพนัน ที่ Piti Clinic

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าการพนันควบคุมยากขึ้น พยายามหยุดหลายครั้งแต่กลับไปเล่น คิดถึงการพนันบ่อย ไล่ทุน ปกปิดการเล่น หรือการพนันกำลังสร้างปัญหาด้านเงิน งาน ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิต ไม่จำเป็นต้องรอจนหมดตัวหรือมีหนี้จำนวนมากจึงค่อยมาขอความช่วยเหลือ

การมาปรึกษาไม่ได้หมายความว่าจะถูกตำหนิว่าทำไมถึงเล่น หรือถูกบังคับให้ตอบทันทีว่าจะ “เลิกตลอดชีวิตได้หรือไม่”

การรักษาสามารถเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า การพนันเข้ามามีบทบาทอย่างไรในชีวิต อะไรเป็นตัวกระตุ้นให้กลับไปเล่น มีปัญหาสุขภาพจิตอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และควรวางแผนลดความเสี่ยงอย่างไร

ที่ Piti Clinic จิตแพทย์ นักจิตวิทยา และทีมสุขภาพจิตสามารถช่วยประเมิน Gambling Disorder ปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดร่วม วางแผนการรักษา การจัดการความอยากและตัวกระตุ้น รวมถึงการป้องกันการกลับไปเล่นซ้ำให้เหมาะกับแต่ละคน

สำหรับครอบครัวที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้ การโกหกหรือปกปิดเรื่องการพนัน และไม่รู้ว่าจะช่วยผู้ป่วยอย่างไร สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อวางแนวทางการสื่อสาร การกำหนดขอบเขต และการพาผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาได้เช่นกัน

โทร 090 230 6000นัดผ่าน LINE