ข้ามไปเนื้อหา
โทร 090 230 6000LINE @piticlinic

โรคดึงผม (Trichotillomania) อาการ สาเหตุ และการรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ปีติ คลินิก · ตรวจทานโดย นพ. พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์) · 13 กันยายน 2569

เคยตั้งใจว่าจะ “ไม่ดึงผมอีกแล้ว” แต่ไม่นานมือก็กลับไปจับ บิด หรือดึงผมอีกครั้งหรือไม่? บางคนรู้ตัวว่ากำลังดึง แต่หยุดได้ยาก ขณะที่บางคนดึงผมโดยแทบไม่ทันสังเกตตัวเอง เช่น ระหว่างอ่านหนังสือ ดูโทรศัพท์ ทำงาน หรือก่อนนอน

โรคดึงผม (Trichotillomania หรือ Hair-Pulling Disorder) เป็นภาวะทางสุขภาพจิตที่มีการดึงเส้นผมของตนเองซ้ำ ๆ จนเกิดผมร่วงหรือบางลง และพยายามลดหรือหยุดพฤติกรรมนี้แล้วแต่ทำได้ยาก

อาการอาจไม่ได้กระทบเพียงเส้นผม ผู้ที่มีปัญหาบางคนรู้สึกอาย เสียความมั่นใจ หลีกเลี่ยงการพบผู้คน หรือใช้เวลาและพลังจำนวนมากในการปกปิดบริเวณที่ผมบาง การเข้าใจว่าพฤติกรรมนี้เป็นปัญหาที่สามารถประเมินและรักษาได้ จึงสำคัญกว่าการตำหนิตัวเองว่า “ทำไมถึงหยุดไม่ได้”

โรคดึงผม คืออะไร?

โรคดึงผม หรือ Trichotillomania (Hair-Pulling Disorder) เป็นภาวะที่มีการดึงเส้นผมของตนเองซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดผมร่วง โดยผู้ป่วยเคยพยายามลดหรือหยุดการดึงผมแต่ไม่สำเร็จ และอาการสร้างความทุกข์หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

บริเวณที่ดึงไม่ได้จำกัดเฉพาะเส้นผมบนศีรษะ แต่อาจเป็นคิ้ว ขนตา หนวด เครา หรือขนบริเวณอื่นของร่างกาย

รูปแบบการดึงผมของแต่ละคนแตกต่างกัน

บางคนรู้สึกถึงความตึงเครียด ความอยาก หรือความรู้สึกบางอย่างก่อนดึง และรู้สึกโล่งหรือพึงพอใจหลังจากดึง

บางคนอาจดึงโดยอัตโนมัติ เช่น ระหว่างดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ หรือกำลังคิดเรื่องอื่น จนกระทั่งมาสังเกตภายหลังว่าดึงผมไปจำนวนมากแล้ว

บางคนมีทั้งสองรูปแบบสลับกัน

ดังนั้นโรคดึงผมจึงแตกต่างจากการจับหรือเล่นเส้นผมเป็นครั้งคราว เพราะพฤติกรรมเกิดซ้ำ หยุดได้ยาก และอาจสร้างผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ หรือชีวิตประจำวัน

อาการของโรคดึงผม มีอะไรบ้าง?

อาการด้านพฤติกรรม

ลักษณะสำคัญคือการดึงเส้นผมของตนเองซ้ำ ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดบริเวณที่ผมบาง ผมแหว่ง หรือขนหายไปอย่างเห็นได้ชัด

บางคนอาจมีขั้นตอนก่อนหรือหลังการดึง เช่น เลือกเส้นผมที่มีลักษณะเฉพาะ ใช้นิ้วสัมผัสเส้นผม ม้วนหรือบิดผม ตรวจรากผม หรือเล่นกับเส้นผมหลังจากดึงออกมา

ความถี่อาจแตกต่างกันมาก ตั้งแต่เกิดเป็นช่วง ๆ ไปจนถึงเกิดขึ้นแทบทุกวัน

อาการด้านความรู้สึกและความคิด

ก่อนดึงผม บางคนอาจรู้สึกเครียด เบื่อ วิตกกังวล หรือมีความรู้สึกอยากดึงที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

หลังดึงอาจรู้สึกโล่ง สบาย หรือพึงพอใจชั่วคราว แต่หลังจากนั้นอาจตามมาด้วยความรู้สึกผิด เสียใจ อาย หรือโกรธตัวเอง

ในบางคน พฤติกรรมเกิดขึ้นโดยไม่ได้สัมพันธ์กับความวิตกกังวลอย่างชัดเจน จึงไม่จำเป็นว่าผู้ที่เป็นโรคดึงผมทุกคนจะต้องรู้สึกเครียดก่อนดึง

ผลกระทบต่อร่างกายและชีวิตประจำวัน

การดึงซ้ำอาจทำให้ผมหรือขนบางลง หนังศีรษะหรือผิวหนังระคายเคือง และในบางรายอาจเกิดบาดแผลหรือปัญหาที่ผิวหนัง

ผลกระทบทางจิตใจอาจมีมากเช่นกัน บางคนพยายามปิดบริเวณผมบางด้วยทรงผม หมวก เครื่องสำอาง หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้คนอื่นสังเกตเห็น เช่น ว่ายน้ำ ตัดผม หรืออยู่ใกล้ผู้อื่น

ความกังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์อาจส่งผลต่อความมั่นใจ ความสัมพันธ์ การเรียน การทำงาน และการเข้าสังคม

อาการของแต่ละคนแตกต่างกัน และการจับ เล่น หรือดึงเส้นผมเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคดึงผมเสมอไป

แบบไหนที่อาจเข้าข่ายโรคดึงผม?

สิ่งที่ควรสังเกตไม่ใช่เพียงว่า “เคยดึงผมหรือไม่” แต่ควรพิจารณาว่าพฤติกรรมเกิดซ้ำมากเพียงใด หยุดได้ยากหรือไม่ และสร้างผลกระทบอย่างไร

ตัวอย่างเช่น บางคนอาจจับหรือม้วนผมเวลาคิดงาน แต่ไม่ได้ดึงผมออกและสามารถหยุดได้เมื่อรู้ตัว

ขณะที่อีกคนอาจดึงผมซ้ำจนเกิดบริเวณผมบาง เคยพยายามห้ามตัวเองหลายครั้งแต่กลับไปดึงอีก หรือเริ่มหลีกเลี่ยงการพบคนอื่นเพราะกลัวคนเห็นบริเวณที่ผมร่วง

แพทย์ยังต้องพิจารณาด้วยว่าผมร่วงเกิดจากโรคผิวหนังหรือภาวะทางการแพทย์อื่นหรือไม่ และพฤติกรรมดังกล่าวสามารถอธิบายด้วยภาวะทางสุขภาพจิตอื่นได้ดีกว่าหรือไม่

หากคุณไม่แน่ใจว่าพฤติกรรมของตนเองหรือคนใกล้ตัวเป็นเพียงนิสัยหรืออาจเป็น Trichotillomania สามารถปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อประเมินอย่างเหมาะสมได้

โรคดึงผม เกิดจากอะไร?

โรคดึงผมไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว และไม่ควรสรุปว่าเกิดจากการ “ควบคุมตัวเองไม่ได้” หรือ “ไม่มีความพยายาม”

ปัจจัยทางชีวภาพ

ความเปราะบางทางพันธุกรรมและการทำงานของระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนิสัย การควบคุมพฤติกรรม รางวัล และแรงกระตุ้น อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

ผู้ที่มี Trichotillomania บางคนอาจมีภาวะทางสุขภาพจิตอื่นร่วมด้วย จึงควรประเมินอาการโดยมองภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะการดึงผมเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยทางจิตใจและการเรียนรู้

การดึงผมอาจค่อย ๆ กลายเป็นพฤติกรรมที่สมองเรียนรู้และทำซ้ำ

ในบางคน การดึงทำให้ความตึงเครียด ความเบื่อ หรือความรู้สึกไม่สบายใจลดลงชั่วคราว จึงเพิ่มโอกาสที่จะกลับมาทำอีกเมื่อเกิดความรู้สึกแบบเดิม

ในอีกกลุ่มหนึ่ง พฤติกรรมอาจกลายเป็นอัตโนมัติจนเกิดขึ้นโดยไม่ทันสังเกต

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์กระตุ้น

ความเครียด ความเหนื่อย ความเบื่อ หรือสถานการณ์บางอย่าง เช่น อ่านหนังสือ ดูโทรศัพท์ ดูโทรทัศน์ ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรืออยู่คนเดียว อาจสัมพันธ์กับการดึงผมในบางคน

อย่างไรก็ตาม ตัวกระตุ้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และความเครียดไม่ได้เป็นสาเหตุทั้งหมดของโรค

โรคดึงผม รักษาอย่างไร?

แนวทาง รักษาโรคดึงผม ขึ้นอยู่กับความรุนแรง รูปแบบการดึง ผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ภาวะที่เกิดร่วมกัน อายุ และบริบทของแต่ละคน

การประเมินและวินิจฉัย

ผู้เชี่ยวชาญอาจสอบถามว่าดึงผมบริเวณใด เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน มักเกิดในสถานการณ์ใด รู้ตัวก่อนดึงหรือไม่ เคยพยายามหยุดอย่างไร และอาการส่งผลต่อชีวิตมากเพียงใด

ควรประเมินสภาพผิวหนังและเส้นผม รวมถึงแยกสาเหตุทางกายของผมร่วงตามความเหมาะสม

นอกจากนี้อาจประเมินปัญหาที่เกิดร่วมกัน เช่น ความวิตกกังวล ซึมเศร้า OCD หรือพฤติกรรมซ้ำที่มุ่งต่อร่างกายชนิดอื่น

จิตบำบัดและการปรับพฤติกรรม

แนวทางทางพฤติกรรมมีบทบาทสำคัญในการรักษา โดยหนึ่งในวิธีที่ใช้คือ Habit Reversal Training (HRT)

แนวทางนี้ไม่ได้มีเพียงการบอกให้ “อดทนและห้ามดึง” แต่ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะสังเกตพฤติกรรมและตัวกระตุ้นได้เร็วขึ้น รวมถึงฝึกพฤติกรรมอื่นที่ไม่สามารถทำพร้อมกับการดึงผมได้ในช่วงที่มีแรงกระตุ้น

อาจมีการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดโอกาสเกิดพฤติกรรมอัตโนมัติ และฝึกทักษะรับมือกับอารมณ์หรือสถานการณ์ที่สัมพันธ์กับการดึงตามปัญหาของแต่ละคน

การรักษาด้วยยา

การใช้ยาไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคน และการเลือกใช้ยาควรพิจารณาเป็นรายบุคคล

จิตแพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยาตามลักษณะและความรุนแรงของอาการ ภาวะทางจิตเวชที่เกิดร่วมกัน ประโยชน์และความเสี่ยงของการรักษา รวมถึงประวัติสุขภาพของผู้ป่วย

ไม่ควรซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อรักษา Trichotillomania ด้วยตนเองโดยไม่มีการประเมินที่เหมาะสม

การดูแลตนเองและการปรับพฤติกรรม

การสังเกตว่า “เมื่อไหร่ ที่ไหน และกำลังทำอะไร” ก่อนเริ่มดึงผมสามารถช่วยให้เห็นรูปแบบของพฤติกรรมได้ชัดขึ้น

ตัวอย่างเช่น บางคนพบว่าตนเองดึงมากที่สุดตอนอ่านหนังสือบนเตียง บางคนดึงเวลาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือบางคนดึงเมื่อเครียด

การเข้าใจรูปแบบเหล่านี้สามารถนำไปใช้ร่วมกับการรักษาเพื่อออกแบบวิธีรับมือที่เหมาะกับแต่ละคน

เป้าหมายไม่ใช่การตำหนิตัวเองทุกครั้งที่เผลอดึง แต่คือการเพิ่มความสามารถในการสังเกตและเปลี่ยนวงจรพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

โรคดึงผมต่างจากนิสัยชอบเล่นผมอย่างไร?

การจับ ม้วน หรือเล่นผมเป็นครั้งคราวสามารถพบได้ในคนทั่วไป และไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรค

สิ่งที่ทำให้ Trichotillomania แตกต่างคือ มีการดึงเส้นผมออกซ้ำ ๆ จนเกิดผมร่วง พยายามลดหรือหยุดแล้วทำได้ยาก และอาการสร้างความทุกข์หรือรบกวนชีวิต

ตัวอย่างเช่น

พฤติกรรมทั่วไป: เล่นหรือม้วนผมขณะคิดงาน → รู้ตัวแล้วหยุดได้ → ไม่เกิดผมร่วงและไม่กระทบชีวิต

ลักษณะที่ควรได้รับการประเมิน: ดึงผมซ้ำ ๆ → ผมเริ่มบาง → ตั้งใจว่าจะหยุดแต่กลับมาดึงอีก → ต้องพยายามปกปิดผม → กังวลว่าคนอื่นจะเห็น → เริ่มหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือการเข้าสังคม

ดังนั้น การบอกคนที่มีอาการว่า “ก็แค่หยุดดึงสิ” อาจไม่ช่วย เพราะความยากในการควบคุมพฤติกรรมเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

การรักษามุ่งช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจวงจรของตนเอง รู้ทันตัวกระตุ้น และสร้างวิธีตอบสนองใหม่ที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคดึงผม (FAQ)

โรคดึงผมหายเองได้ไหม?

อาการสามารถเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและความรุนแรงอาจขึ้นลงได้ แต่หากดึงซ้ำจนเกิดผมร่วง หยุดได้ยาก หรือกระทบชีวิต ไม่ควรรอเพียงให้อาการหายเอง การประเมินและรักษาสามารถช่วยจัดการพฤติกรรมได้อย่างเป็นระบบ

โรคดึงผมเป็น OCD หรือไม่?

Trichotillomania และ OCD เป็นคนละการวินิจฉัย แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกันและมีพฤติกรรมซ้ำบางลักษณะที่ดูคล้ายกัน กลไกและประสบการณ์ก่อนทำพฤติกรรมอาจแตกต่างกัน จึงควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม

ดึงผมเฉพาะเวลาเครียด แปลว่าเป็นโรคหรือไม่?

ไม่จำเป็น ต้องพิจารณารูปแบบของพฤติกรรม การเกิดผมร่วง ความสามารถในการหยุด ความทุกข์ และผลกระทบต่อชีวิตร่วมกัน ความเครียดอาจเป็นตัวกระตุ้นในบางคน แต่ไม่ใช่เกณฑ์เดียวในการวินิจฉัย

โรคดึงผมต้องกินยาหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ยา การบำบัดทางพฤติกรรม เช่น Habit Reversal Training มีบทบาทสำคัญ ส่วนการใช้ยาควรพิจารณาตามอาการและภาวะร่วมของแต่ละคนโดยจิตแพทย์

ผมจะกลับมาขึ้นหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับสภาพของเส้นผม หนังศีรษะ ระยะเวลาและความรุนแรงของการดึง รวมถึงว่ามีความเสียหายต่อบริเวณนั้นมากเพียงใด หากมีผมร่วงหรือความผิดปกติของหนังศีรษะ ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ร่วมด้วย

คนในครอบครัวควรช่วยอย่างไร?

หลีกเลี่ยงการตำหนิ ล้อเลียน หรือคอยจับผิดทุกครั้งที่เห็นว่ากำลังดึงผม เพราะอาจเพิ่มความอายและความเครียด ควรรับฟัง สนับสนุนให้เข้ารับการประเมิน และช่วยตามแผนการรักษาที่วางร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ

ปรึกษาและรักษาโรคดึงผม ที่ Piti Clinic

หากคุณกำลังดึงผม ขนตา คิ้ว หรือขนบริเวณอื่นซ้ำ ๆ จนเริ่มบางหรือร่วง เคยพยายามหยุดหลายครั้งแต่ทำได้ยาก หรือพฤติกรรมนี้กำลังทำให้รู้สึกอาย สูญเสียความมั่นใจ และกระทบการใช้ชีวิต คุณไม่จำเป็นต้องรอให้อาการรุนแรงก่อนจึงค่อยขอความช่วยเหลือ

ที่ Piti Clinic ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และบุคลากรด้านสุขภาพจิต พร้อมรับฟัง ประเมินปัญหา และวางแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยคำนึงถึงทั้งอาการ ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายในการรักษา

การดูแลอาจประกอบด้วยการประเมินอาการและภาวะที่เกิดร่วมกัน การรักษาโดยจิตแพทย์ และการบำบัดทางจิตวิทยาหรือพฤติกรรม เช่น Habit Reversal Training ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

โทร 090 230 6000นัดผ่าน LINE