ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder: NPD) อาการ สาเหตุ และการรักษา
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง หรือ Narcissistic Personality Disorder (NPD) เป็นความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการมองตนเองและความสัมพันธ์กับผู้อื่น ผู้ที่มี NPD อาจให้ความสำคัญอย่างมากกับความสำเร็จ สถานะ หรือการได้รับการยอมรับ รู้สึกว่าตนเองมีความพิเศษ ต้องการคำชื่นชมหรือการยืนยันคุณค่าจากคนอื่น และอาจมีความยากในการเข้าใจหรือคำนึงถึงความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น
แม้ภายนอกบางคนอาจดูมั่นใจในตนเองมาก แต่ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองอาจเปราะบางกว่าที่เห็น เมื่อถูกวิจารณ์ ถูกปฏิเสธ ล้มเหลว หรือไม่ได้รับการยอมรับอย่างที่คาดหวัง อาจรู้สึกอับอาย โกรธ เสียหน้า หรือมีอารมณ์ซึมเศร้าตามมาได้
อย่างไรก็ตาม คำว่า “Narcissist” ถูกใช้ในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่มีปัญหา การที่ใครสักคนชอบได้รับคำชม มั่นใจในตนเอง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือเห็นแก่ตัวในบางสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมี NPD การวินิจฉัยต้องประเมินรูปแบบบุคลิกภาพในภาพรวมโดยผู้เชี่ยวชาญ
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD) คืออะไร?
NPD เป็นรูปแบบความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่มีลักษณะสำคัญเกี่ยวข้องกับความรู้สึกว่าตนเองสำคัญหรือพิเศษ ความต้องการการชื่นชมและการยืนยันคุณค่าจากผู้อื่น ความรู้สึกว่าตนเองสมควรได้รับสิทธิหรือการปฏิบัติเป็นพิเศษ และความยากในการเข้าใจหรือคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น
บางคนอาจให้ความสำคัญกับภาพของความสำเร็จ ความสามารถ ความโดดเด่น อำนาจ ความสวยงาม หรือสถานะ และรู้สึกว่าตนเองควรได้รับการยอมรับในสิ่งเหล่านี้
เมื่อความต้องการดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนอง อาจเกิดความโกรธ ความอับอาย ความรู้สึกถูกดูถูก หรือการลดคุณค่าของอีกฝ่ายลง
ลักษณะเหล่านี้สามารถส่งผลต่อความสัมพันธ์ ชีวิตคู่ ครอบครัว การทำงาน และความสามารถในการรับมือกับความผิดหวังหรือความล้มเหลวได้
สิ่งสำคัญคือ NPD ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้น “รักตัวเองมากเกินไป” อย่างง่าย ๆ และไม่ควรใช้คำว่า “หลงตัวเอง” เป็นคำตัดสินคุณค่าของบุคคล
อาการของความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD) มีอะไรบ้าง?
อาการของ NPD สามารถแสดงออกแตกต่างกันในแต่ละคน และไม่จำเป็นต้องเห็นทุกลักษณะในคนคนเดียวกัน
รู้สึกว่าตนเองสำคัญหรือโดดเด่นกว่าคนอื่น
บางคนอาจประเมินความสามารถหรือความสำเร็จของตนเองสูงมาก ต้องการให้ผู้อื่นมองเห็นความสำคัญของตน หรือคาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับว่าโดดเด่นแม้ผลงานหรือสถานการณ์จริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม การรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จหรือรู้ว่าตนเองมีความสามารถไม่ใช่ความผิดปกติ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือรูปแบบดังกล่าวมีความมากเพียงใด ยืดหยุ่นได้หรือไม่ และส่งผลต่อความสัมพันธ์หรือการใช้ชีวิตอย่างไร
ให้ความสำคัญมากกับความสำเร็จ สถานะ หรือภาพของตนเอง
บางคนอาจหมกมุ่นกับภาพของความสำเร็จ อำนาจ ความสามารถ ความสวยงาม หรือความสัมพันธ์ในอุดมคติ และใช้สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการประเมินคุณค่าของตนเอง
เมื่อชีวิตจริงไม่เป็นไปตามภาพที่คาดหวัง อาจเกิดความผิดหวัง ความอับอาย หรือความรู้สึกล้มเหลวอย่างมาก
รู้สึกว่าตนเองพิเศษและควรได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ
อาจรู้สึกว่าตนเองแตกต่างจากคนทั่วไป หรือมีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่สามารถเข้าใจหรือเหมาะสมที่จะคบหาด้วย
บางคนอาจคาดหวังให้ผู้อื่นยอมตาม ให้สิทธิพิเศษ หรือจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้โดยไม่มองว่าความต้องการนั้นส่งผลต่ออีกฝ่ายอย่างไร
ต้องการคำชื่นชมและการยอมรับ
การได้รับการยอมรับจากผู้อื่นอาจมีความสำคัญต่อความรู้สึกมีคุณค่าของตนเองอย่างมาก
บางคนจึงพยายามแสดงความสำเร็จ ความสามารถ หรือสถานะเพื่อให้ได้รับคำชม ขณะที่บางคนอาจรู้สึกไม่พอใจอย่างมากเมื่อผลงานไม่ได้รับการยอมรับตามที่คาดหวัง
รับมือกับคำวิจารณ์หรือการถูกปฏิเสธได้ยาก
คำวิจารณ์ ความล้มเหลว หรือการไม่ได้รับความสำคัญสามารถกระทบความรู้สึกต่อตนเองได้มาก
บางคนตอบสนองด้วยความโกรธ โต้กลับ ดูถูกอีกฝ่าย หรือพยายามแสดงว่าไม่สนใจ ขณะที่ภายในอาจรู้สึกอับอาย เสียหน้า หรือรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า
ความเปราะบางของความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและความไวต่อการถูกปฏิเสธหรือความล้มเหลวสามารถสัมพันธ์กับอารมณ์ซึมเศร้าได้
มีความยากในการเข้าใจหรือคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น
ผู้ที่มี NPD อาจมีความยากในการมองสถานการณ์จากมุมของอีกฝ่าย หรืออาจให้ความสำคัญกับความต้องการของตนเองจนมองข้ามผลกระทบต่อคนอื่น
ในความสัมพันธ์ คนใกล้ตัวจึงอาจรู้สึกว่าความรู้สึกหรือความต้องการของตนไม่ได้รับการรับฟัง
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “ไม่มี empathy” เพื่อตัดสินว่าใครเป็น NPD เพราะความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตามบุคคลและสถานการณ์
ใช้ความสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนความต้องการของตนเอง
ในบางคน ความสัมพันธ์อาจถูกมองผ่านสิ่งที่อีกฝ่ายสามารถมอบให้ เช่น การยอมรับ สถานะ โอกาส หรือการช่วยสนับสนุนเป้าหมายของตนเอง
เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนรอบตัวอาจรู้สึกว่าตนเองถูกใช้หรือความสัมพันธ์ไม่เท่าเทียม
เปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นและเกี่ยวข้องกับความอิจฉา
ความสำเร็จของคนอื่นอาจกระทบความรู้สึกมีคุณค่าของตนเอง บางคนอาจรู้สึกอิจฉา ลดคุณค่าความสำเร็จของอีกฝ่าย หรือเชื่อว่าคนอื่นกำลังอิจฉาตนเอง
มีท่าทีที่คนอื่นรับรู้ว่าเย่อหยิ่งหรือดูถูก
บางคนอาจพูดหรือแสดงออกในลักษณะที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าถูกมองว่าด้อยกว่า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ตนเองรู้สึกว่าความสามารถหรือสถานะกำลังถูกท้าทาย
อาการเหล่านี้เป็นเพียงลักษณะที่อาจพบใน NPD การมีลักษณะบางข้อไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองเสมอไป
แบบไหนที่อาจเข้าข่ายความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD)?
สิ่งสำคัญในการประเมิน NPD ไม่ใช่การค้นหาว่าคนคนหนึ่งเคย “เห็นแก่ตัว” “ชอบอวด” หรือ “ไม่แคร์ความรู้สึกเรา” หรือไม่ แต่ต้องพิจารณาว่ามีรูปแบบของความคิด ความรู้สึก และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายบริบทหรือไม่
ตัวอย่างเช่น บุคคลหนึ่งอาจต้องการการยอมรับอย่างมาก เมื่อได้รับคำชมจะรู้สึกมั่นใจ แต่เมื่อถูกวิจารณ์หรือไม่ได้รับความสำคัญอาจโกรธอย่างรุนแรง ลดคุณค่าคนที่วิจารณ์ หรือถอนตัวเพราะรู้สึกอับอาย
ในความสัมพันธ์ อาจคาดหวังให้อีกฝ่ายตอบสนองความต้องการของตนเอง แต่มีความยากในการรับฟังความต้องการของอีกฝ่าย เมื่อคู่รักตั้งขอบเขตหรือไม่ยอมตาม อาจตีความว่าอีกฝ่ายไม่รัก ไม่ให้เกียรติ หรือไม่เห็นคุณค่าของตน
ในที่ทำงาน อาจมีปัญหาเมื่อไม่ได้รับตำแหน่ง การยอมรับ หรือความสำเร็จตามที่คาดหวัง และเกิดความขัดแย้งซ้ำ ๆ กับเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา
หากรูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง กระทบความสัมพันธ์ การทำงาน หรือสร้างความทุกข์ให้ตนเองและคนรอบตัว การประเมินโดยจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจะช่วยทำความเข้าใจปัญหาได้ดีกว่าการใช้คำว่า “Narcissist” จากพฤติกรรมเพียงบางเหตุการณ์
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD) เกิดจากอะไร?
NPD ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว และไม่สามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ว่าเกิดจากการถูกตามใจมากเกินไป ถูกชมมากเกินไป หรือพ่อแม่เลี้ยงผิดวิธี
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพโดยทั่วไปเกิดจากปฏิสัมพันธ์ของหลายปัจจัย ทั้งพื้นฐานทางชีวภาพ บุคลิกและอารมณ์ ประสบการณ์ในชีวิต และรูปแบบความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นตามเวลา
ปัจจัยทางชีวภาพและพื้นฐานของแต่ละคน
พันธุกรรมและพื้นฐานด้านอารมณ์ของแต่ละคนอาจมีส่วนต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ เช่น ความไวต่อการถูกประเมิน การตอบสนองต่อรางวัลหรือการยอมรับ และวิธีจัดการกับอารมณ์
อย่างไรก็ตาม ไม่มีปัจจัยทางชีวภาพเพียงอย่างเดียวที่สามารถใช้บอกได้ว่าบุคคลหนึ่งจะเกิด NPD
ปัจจัยทางจิตใจ
ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง การรับมือกับความผิดหวัง การได้รับการยอมรับ และการสร้างภาพของตนเอง อาจมีส่วนต่อรูปแบบบุคลิกภาพที่พัฒนาขึ้น
ในบางคน ความรู้สึกว่าตนเองต้องโดดเด่นหรือได้รับการยอมรับอาจทำหน้าที่ช่วยปกป้องความรู้สึกไม่มั่นคงหรือความเปราะบางภายใน
ความสัมพันธ์และประสบการณ์ในชีวิต
ประสบการณ์ในครอบครัว ความสัมพันธ์กับคนสำคัญ การได้รับคำชม การถูกวิจารณ์ การถูกละเลย หรือการได้รับการประเมินคุณค่าจากผลงานและความสำเร็จ อาจมีส่วนต่อพัฒนาการของบุคลิกภาพในบางคน
แต่ไม่ควรใช้ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพื่อกล่าวโทษพ่อแม่ ครอบครัว หรือผู้ป่วย เพราะคนที่มีประสบการณ์คล้ายกันสามารถพัฒนาบุคลิกภาพแตกต่างกันได้มาก
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD) รักษาอย่างไร?
การรักษาขึ้นอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละคน เช่น ความสัมพันธ์ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง การรับมือกับคำวิจารณ์ ความโกรธ ภาวะซึมเศร้า การใช้สาร หรือความผิดปกติทางจิตเวชอื่นที่เกิดร่วม
ผู้ที่มี NPD บางคนไม่ได้มาพบผู้เชี่ยวชาญเพราะสงสัยว่าตนเองมี NPD โดยตรง แต่อาจมาด้วยปัญหาความสัมพันธ์ การหย่าร้าง ความล้มเหลวในการทำงาน อารมณ์ซึมเศร้า หรือความทุกข์หลังถูกปฏิเสธหรือสูญเสียสิ่งที่สำคัญ
การประเมินและวินิจฉัย
การประเมินจะพิจารณารูปแบบบุคลิกภาพในระยะยาว ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว โดยดูทั้งการมองตนเอง การรับรู้คุณค่าของตน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น การตอบสนองต่อคำวิจารณ์ ความต้องการการยอมรับ และผลกระทบต่อชีวิต
ผู้เชี่ยวชาญยังต้องพิจารณาภาวะอื่นที่อาจมีลักษณะบางอย่างคล้ายกัน ตัวอย่างเช่น ความรู้สึกว่าตนเองยิ่งใหญ่หรือมีความสามารถสูงมากสามารถเกิดในช่วงแมเนียของโรคไบโพลาร์ได้ แต่ในโรคไบโพลาร์อาการจะเกิดเป็นช่วงร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ พลังงาน การนอนและการทำกิจกรรม ขณะที่ NPD เป็นรูปแบบบุคลิกภาพที่ต่อเนื่องมากกว่า
นอกจากนี้ NPD สามารถเกิดร่วมกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพชนิดอื่นได้ จึงต้องประเมินภาพรวม ไม่ใช่เลือกคำวินิจฉัยจากลักษณะเด่นเพียงข้อเดียว
จิตบำบัด
จิตบำบัดเป็นแนวทางสำคัญในการดูแล NPD โดยเป้าหมายอาจรวมถึงการทำความเข้าใจรูปแบบความคิดและความสัมพันธ์ การพัฒนาความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองที่ไม่ต้องพึ่งการยอมรับจากภายนอกมากเกินไป การรับมือกับคำวิจารณ์และความผิดหวัง และการเข้าใจมุมมองและความต้องการของผู้อื่นมากขึ้น
การสร้างความสัมพันธ์ในการบำบัดที่สามารถทำงานร่วมกันได้มีความสำคัญ เพราะประเด็นเรื่องการยอมรับ ความไวต่อคำวิจารณ์ ความอับอาย และความสัมพันธ์สามารถปรากฏขึ้นในการรักษาได้เช่นเดียวกับในชีวิตประจำวัน
มีการใช้จิตบำบัดหลายแนวทางกับปัญหาบุคลิกภาพ แต่หลักฐานการรักษาเฉพาะสำหรับ NPD ยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพบางชนิด จึงไม่ควรนำเสนอว่ามีจิตบำบัดวิธีใดวิธีหนึ่งที่เป็นคำตอบสำหรับผู้ป่วย NPD ทุกคน
การรักษาด้วยยา
ปัจจุบันไม่ได้มียาที่ใช้เพื่อเปลี่ยนบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองโดยตรง
แพทย์อาจพิจารณายาเมื่อมีอาการหรือโรคทางจิตเวชอื่นที่ควรรักษาร่วม เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความผิดปกติทางอารมณ์บางประเภท โดยการเลือกยาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัย อาการ สุขภาพกาย และบริบทของแต่ละคน
ดังนั้น การมี NPD ไม่ได้หมายความว่าต้องรับประทานยา และไม่ควรซื้อยาทางจิตเวชมารับประทานหรือปรับยาด้วยตนเอง
การดูแลตนเองและการปรับพฤติกรรม
ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงคือการค่อย ๆ สังเกตว่าเหตุการณ์ใดกระทบความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง เช่น การถูกวิจารณ์ การถูกปฏิเสธ หรือการเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ และตนเองมักตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไร
การฝึกเว้นระยะก่อนตอบโต้เมื่อรู้สึกโกรธหรือเสียหน้า การทบทวนมุมมองของอีกฝ่าย และการสังเกตวงจรความขัดแย้งที่เกิดซ้ำสามารถนำมาใช้ร่วมกับการบำบัดได้
เป้าหมายไม่ใช่การทำให้บุคคลสูญเสียความมั่นใจหรือความทะเยอทะยาน แต่เป็นการช่วยให้ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองมีความมั่นคงและยืดหยุ่นขึ้น พร้อมกับสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่เคารพทั้งความต้องการของตนเองและผู้อื่น
เป็นคนหลงตัวเอง กับเป็น Narcissistic Personality Disorder (NPD) เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน และเป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก
คนทั่วไปสามารถมีลักษณะที่เรียกว่า narcissistic traits ได้ในระดับหนึ่ง เช่น ชอบได้รับคำชม ภูมิใจในความสามารถ ต้องการประสบความสำเร็จ สนใจภาพลักษณ์ หรือบางครั้งให้ความสำคัญกับความต้องการของตัวเองมากกว่าคนอื่น
การมีลักษณะเหล่านี้บางอย่างไม่ได้หมายความว่ามีโรค
ความมั่นใจในตนเองก็ไม่ใช่ NPD คนที่มีความมั่นใจสามารถภูมิใจในความสามารถของตนเอง ขณะเดียวกันยอมรับข้อผิดพลาด รับฟังคำวิจารณ์ เคารพขอบเขต และเห็นคุณค่าของคนอื่นได้
ในทางกลับกัน NPD เป็นรูปแบบบุคลิกภาพที่มีลักษณะหลายด้านเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ยืดหยุ่น จนสร้างปัญหาต่อการใช้ชีวิตหรือความสัมพันธ์
ดังนั้น การเห็นคลิปเกี่ยวกับ “10 สัญญาณว่าแฟนเป็น Narcissist” แล้วพบว่าอีกฝ่ายตรงกับบางข้อ ไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัย NPD
หากความสัมพันธ์มีการควบคุม ข่มขู่ ดูถูก ใช้ความรุนแรง หรือทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัย สิ่งสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยและขอความช่วยเหลือตามปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ก่อนว่าอีกฝ่ายมี NPD หรือไม่
คนที่มี NPD รู้ตัวไหมว่าตัวเองเป็น?
แตกต่างกันในแต่ละคน
บางคนอาจรับรู้ว่าตนเองมีปัญหาความสัมพันธ์ โกรธเมื่อถูกวิจารณ์ หรือรู้สึกทุกข์เมื่อไม่ได้รับการยอมรับ แต่ไม่ได้มองว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับรูปแบบบุคลิกภาพของตนเอง
บางคนอาจมองว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากคนอื่น จึงไม่มีแรงจูงใจที่จะเข้ารับการประเมินในช่วงแรก
ในขณะที่บางคนสามารถสังเกตรูปแบบของตนเองและต้องการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อพบว่าปัญหาเดิมเกิดซ้ำในความสัมพันธ์หรือการทำงาน
การตระหนักรู้จึงไม่ใช่สิ่งที่มีหรือไม่มีอย่างเด็ดขาด และสามารถพัฒนาได้ในกระบวนการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD)
คนเห็นแก่ตัวคือ NPD หรือไม่?
ไม่จำเป็น ความเห็นแก่ตัวสามารถเกิดขึ้นได้ในคนทั่วไปและหลายสถานการณ์ การวินิจฉัย NPD ต้องพิจารณารูปแบบบุคลิกภาพหลายด้านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและส่งผลต่อการใช้ชีวิตหรือความสัมพันธ์
คนที่มีความมั่นใจสูงเป็น NPD หรือไม่?
ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ ความมั่นใจและการเห็นคุณค่าในตนเองสามารถเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ คนที่มั่นใจสามารถยอมรับข้อจำกัด รับฟังความคิดเห็น และเห็นคุณค่าของคนอื่นได้ การวินิจฉัย NPD ไม่ได้พิจารณาจากระดับความมั่นใจเพียงอย่างเดียว
Narcissist กับ NPD เหมือนกันไหม?
ในภาษาทั่วไป คำว่า Narcissist มักถูกใช้เรียกคนที่ดูหลงตัวเอง เห็นแก่ตัว หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำร้ายความสัมพันธ์ แต่ NPD เป็นคำวินิจฉัยทางจิตเวชที่ต้องอาศัยการประเมินอย่างเป็นระบบ จึงไม่ควรใช้สองคำนี้แทนกันโดยอัตโนมัติ
NPD รักษาได้ไหม?
สามารถเข้ารับการรักษาเพื่อทำความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่สร้างปัญหาได้ โดยจิตบำบัดมีบทบาทสำคัญ การเปลี่ยนรูปแบบบุคลิกภาพที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานมักต้องใช้เวลา และหลักฐานเกี่ยวกับวิธีรักษาเฉพาะสำหรับ NPD ยังมีข้อจำกัด จึงควรวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคล
NPD ต้องกินยาหรือไม่?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ไม่มียาที่ใช้รักษาลักษณะบุคลิกภาพของ NPD โดยตรง แพทย์อาจพิจารณายาเมื่อมีอาการหรือโรคทางจิตเวชอื่นที่ควรรักษาร่วม
ถ้าสงสัยว่าแฟนหรือคนในครอบครัวเป็น NPD ควรทำอย่างไร?
ควรหลีกเลี่ยงการวินิจฉัยหรือใช้คำว่า NPD เป็นคำกล่าวหา สามารถพูดถึงพฤติกรรมและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เช่น “เวลาพูดแบบนี้ฉันรู้สึกถูกดูถูก” หรือกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ยอมรับได้ในความสัมพันธ์
หากความสัมพันธ์สร้างความทุกข์อย่างต่อเนื่อง คุณสามารถปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเกี่ยวกับปัญหาของตนเองได้ แม้อีกฝ่ายจะไม่ยอมเข้ารับการประเมินก็ตาม
ปรึกษาและรักษาความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD) ที่ Piti Clinic
หากคุณพบว่าความต้องการการยอมรับ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง การรับมือกับคำวิจารณ์ ความโกรธ หรือรูปแบบความสัมพันธ์กำลังสร้างปัญหาซ้ำ ๆ ในชีวิต คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ความสัมพันธ์หรือการทำงานเสียหายรุนแรงก่อนจึงค่อยขอความช่วยเหลือ
หากคุณกำลังกังวลว่าคนรักหรือคนในครอบครัวอาจมี NPD สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องพยายามวินิจฉัยอีกฝ่ายด้วยตนเอง การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยให้เข้าใจปัญหาความสัมพันธ์ กำหนดขอบเขต และวางแนวทางดูแลสุขภาพจิตของคุณเองได้
ที่ Piti Clinic ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และบุคลากรด้านสุขภาพจิต พร้อมรับฟัง ประเมินปัญหา และวางแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยคำนึงถึงทั้งอาการ ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายในการรักษา
การดูแลอาจประกอบด้วยการประเมินทางจิตเวช การประเมินรูปแบบบุคลิกภาพและปัญหาที่เกิดร่วม จิตบำบัดเพื่อทำความเข้าใจรูปแบบความคิด อารมณ์ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและความสัมพันธ์ รวมถึงการรักษาภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นที่เกิดร่วมตามความเหมาะสม
เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การทำลายความมั่นใจหรือเปลี่ยนตัวตนของบุคคล แต่เป็นการช่วยให้เข้าใจตนเองมากขึ้น มีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองที่มั่นคงขึ้น รับมือกับความผิดหวังและคำวิจารณ์ได้ดีขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ที่มีพื้นที่สำหรับทั้งตนเองและผู้อื่น