ข้ามไปเนื้อหา
โทร 090 230 6000LINE @piticlinic

ปัญหาการใช้และภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid Use Disorder) อาการ สาเหตุ และการรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ปีติ คลินิก · ตรวจทานโดย นพ. พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์) · 13 กันยายน 2569

จากที่เคยใช้เป็นครั้งคราว กลายเป็นต้องใช้บ่อยขึ้น จากที่เคยคิดว่าจะหยุดเมื่อไรก็ได้ กลับพบว่าพยายามหยุดหลายครั้งแต่ทำไม่ได้ หรือเมื่อหยุดแล้วเกิดอาการไม่สบายและความอยากอย่างมากจนกลับไปใช้อีก

อาการเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการใช้และภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid Use Disorder: OUD)

Opioid Use Disorder เป็นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้สารกลุ่ม opioid จนเริ่มควบคุมได้ยากและก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิต ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของความอ่อนแอ ไม่มีวินัย หรือ “อยากเลิกก็ต้องเลิกได้”

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ สารกลุ่ม opioid สามารถทำให้เกิด overdose หรือภาวะได้รับสารเกินขนาด ซึ่งอาจกดการหายใจและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ได้รับยา opioid เพื่อรักษาอาการปวดตามข้อบ่งใช้ของแพทย์ไม่ได้หมายความว่าจะมี Opioid Use Disorder ทุกคน การวินิจฉัยต้องพิจารณารูปแบบการใช้และปัญหาที่เกิดขึ้นโดยรวม

ภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid Use Disorder) คืออะไร?

Opioid Use Disorder คือความผิดปกติที่เกิดจากรูปแบบการใช้สารกลุ่ม opioid จนก่อให้เกิดปัญหาหรือความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ที่มีปัญหาอาจพบว่า

  • ใช้ opioid มากกว่าหรือนานกว่าที่ตั้งใจ
  • อยากลดหรือหยุด แต่พยายามแล้วไม่สำเร็จ
  • ใช้เวลาไปกับการหา ใช้ หรือฟื้นตัวจากสารมากขึ้น
  • มีความอยากใช้สารอย่างมาก
  • การใช้เริ่มกระทบการเรียนหรือการทำงาน
  • เกิดปัญหากับครอบครัวหรือความสัมพันธ์
  • ลดหรือเลิกกิจกรรมสำคัญเพราะการใช้สาร
  • ใช้ในสถานการณ์ที่เสี่ยง
  • ยังคงใช้แม้ทราบว่ากำลังเกิดผลเสียต่อสุขภาพ
  • เกิดการปรับตัวต่อสารเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  • มีอาการถอนเมื่อหยุดหรือลดการใช้ในผู้ที่เกิดการพึ่งพาทางร่างกาย

ผู้ป่วยแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีอาการเหมือนกันทั้งหมด และความรุนแรงของ Opioid Use Disorder สามารถแตกต่างกันได้

สารกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) มีอะไรบ้าง?

Opioid เป็นชื่อของกลุ่มสารที่ออกฤทธิ์ต่อ opioid receptors หรือจุดรับสารในระบบประสาทและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

สารในกลุ่มนี้มีทั้งสารที่ถูกนำไปใช้เพื่อความมึนเมาและยาที่มีประโยชน์ทางการแพทย์เมื่อใช้ภายใต้ข้อบ่งใช้และการดูแลที่เหมาะสม

ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่

เฮโรอีน (Heroin)

เฮโรอีนเป็นสารกลุ่ม opioid ที่สามารถทำให้เกิดการพึ่งพา ความอยากใช้ และ Opioid Use Disorder ได้

ความเสี่ยงสำคัญประการหนึ่งคือ overdose โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบความเข้มข้นของสารหรือมีการใช้สารอื่นร่วมด้วย

ฝิ่น (Opium)

ฝิ่นมีสารในกลุ่ม opioid และมีประวัติการใช้มาเป็นเวลานาน การใช้ต่อเนื่องสามารถนำไปสู่การพึ่งพาและปัญหาจากการใช้สารได้

มอร์ฟีน (Morphine)

Morphine เป็นยา opioid ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาอาการปวดในทางการแพทย์

การได้รับ morphine ตามข้อบ่งใช้ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยมี Opioid Use Disorder แต่การใช้ต้องได้รับการติดตามและประเมินตามบริบทของผู้ป่วย

โคเดอีน (Codeine)

Codeine เป็น opioid ที่พบในยาบางประเภท การใช้ยาต้องเป็นไปตามข้อบ่งใช้และคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

เฟนทานิล (Fentanyl)

Fentanyl เป็น opioid ที่มีความแรงสูงและมีการใช้ทางการแพทย์ในบางสถานการณ์

ในบริบทของสารที่ผลิตหรือจำหน่ายนอกระบบการแพทย์ ความไม่แน่นอนของส่วนประกอบและปริมาณสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อ overdose ได้อย่างมาก

ยาแก้ปวดกลุ่ม opioid ชนิดอื่น

ยาแก้ปวดบางชนิดออกฤทธิ์ผ่านระบบ opioid และสามารถมีความเสี่ยงต่อการพึ่งพาหรือการใช้ผิดรูปแบบได้

อย่างไรก็ตาม การใช้ยารักษาอาการปวดตามแผนของแพทย์ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็น “การติดยา”

หากเริ่มรู้สึกว่าควบคุมการใช้ยาได้ยาก ใช้ต่างจากที่แพทย์แนะนำ หรือกังวลว่าตนเองเริ่มพึ่งยา ควรพูดคุยกับแพทย์โดยตรงมากกว่าหยุดยาเอง

อาการของภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ มีอะไรบ้าง?

อาการของ Opioid Use Disorder ไม่ได้หมายถึงอาการเมาสารหรืออาการถอนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงรูปแบบที่ opioid เริ่มเข้ามาควบคุมชีวิตมากขึ้น

ควบคุมการใช้ได้ยาก

อาจตั้งใจว่าจะใช้เพียงจำนวนหนึ่ง แต่กลับใช้มากกว่าหรือนานกว่าที่ตั้งใจ

บางคนพยายามลดหรือหยุดหลายครั้ง แต่กลับไปใช้ซ้ำ

มีความอยากใช้มาก

Craving หมายถึงความอยากใช้สารอย่างมาก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นจากทั้งสภาพร่างกาย อารมณ์ และตัวกระตุ้นในสิ่งแวดล้อม

สถานที่ คน หรือสถานการณ์ที่เคยเชื่อมโยงกับการใช้สารสามารถกระตุ้นความอยากได้

ใช้เวลาไปกับสารมากขึ้น

ผู้ป่วยอาจใช้เวลาไปกับการหาสาร การใช้สาร หรือการฟื้นตัวหลังใช้มากขึ้น จนกระทบกิจกรรมและหน้าที่อื่น

ใช้ต่อแม้เกิดผลเสีย

แม้จะเริ่มมีปัญหาสุขภาพ งาน การเงิน หรือความสัมพันธ์ ผู้ป่วยอาจยังรู้สึกว่าการลดหรือหยุดเป็นเรื่องยาก

เกิดการพึ่งพาทางร่างกาย

เมื่อร่างกายได้รับ opioid ต่อเนื่อง สามารถเกิดการปรับตัวต่อสารได้ และเมื่อหยุดหรือลดอาจเกิดอาการถอน

อย่างไรก็ตาม การเกิด Tolerance หรือ Withdrawal ระหว่างการใช้ยา opioid อย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลทางการแพทย์ ไม่ควรถูกใช้เพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปว่าผู้ป่วยมี Opioid Use Disorder

แบบไหนที่อาจเข้าข่ายภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์?

บางคนอาจคิดว่าต้องใช้เฮโรอีนทุกวันจึงจะเรียกว่ามีปัญหา แต่ Opioid Use Disorder ไม่ได้ตัดสินจากชนิดของสารหรือความถี่เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรสังเกตคือเริ่มสูญเสียการควบคุมการใช้หรือไม่ มีความอยากใช้มากขึ้นหรือไม่ พยายามหยุดแล้วทำไม่ได้หรือไม่ และการใช้ opioid กำลังทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร

ตัวอย่างเช่น

จากที่ใช้บางครั้ง เริ่มใช้ถี่ขึ้น

จากที่ตั้งใจว่าจะหยุด กลับพบว่าความอยากทำให้กลับไปใช้ซ้ำ

จากที่ใช้เพื่อบรรเทาความรู้สึกบางอย่าง กลายเป็นรู้สึกว่าต้องใช้เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หรือยังคงใช้ต่อแม้เกิดปัญหาสุขภาพ การเงิน งาน และความสัมพันธ์

หากเริ่มเกิดรูปแบบเหล่านี้ สามารถเข้ารับการประเมินได้โดยไม่ต้องรอจนปัญหารุนแรง

ตามเกณฑ์ DSM ภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์วินิจฉัยอย่างไร?

DSM ย่อมาจาก Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders เป็นคู่มือเกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวชของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (American Psychiatric Association)

ตามแนวทาง DSM การวินิจฉัย Opioid Use Disorder พิจารณารูปแบบการใช้ opioid ที่ก่อให้เกิดปัญหาหรือความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญ โดยดูอาการที่เกิดขึ้นภายในช่วง 12 เดือน เช่น

  • ใช้มากกว่าหรือนานกว่าที่ตั้งใจ
  • อยากลดหรือหยุดแต่ทำไม่สำเร็จ
  • ใช้เวลามากกับการหา ใช้ หรือฟื้นตัวจากสาร
  • มี Craving
  • การใช้สารกระทบหน้าที่สำคัญ
  • ยังคงใช้แม้เกิดปัญหาความสัมพันธ์
  • ลดหรือเลิกกิจกรรมสำคัญเพราะการใช้
  • ใช้ในสถานการณ์ที่เสี่ยง
  • ยังคงใช้แม้ทราบว่ากำลังทำให้ปัญหาสุขภาพแย่ลง
  • มี Tolerance
  • มี Withdrawal

แพทย์จะพิจารณาจำนวนอาการและบริบทเพื่อประเมินระดับความรุนแรง

มีข้อสำคัญในการตีความเกณฑ์นี้ คือ Tolerance และ Withdrawal ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้ opioid ตามการรักษาที่เหมาะสมภายใต้การดูแลทางการแพทย์ ไม่ควรถูกนับเพียงลำพังเพื่อสรุปว่าผู้ป่วยมี Opioid Use Disorder

ดังนั้น การที่ร่างกายเกิดการพึ่งพาทางกายไม่ได้มีความหมายเหมือนกับการวินิจฉัย Opioid Use Disorder เสมอไป

อาการถอนโอปิออยด์ (Opioid Withdrawal) เป็นอย่างไร?

เมื่อผู้ที่ร่างกายเกิดการพึ่งพา opioid ลดหรือหยุดสาร อาจเกิด Opioid Withdrawal หรือภาวะถอนโอปิออยด์

อาการที่อาจพบ เช่น

  • กระสับกระส่าย
  • วิตกกังวลหรือหงุดหงิด
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • นอนไม่หลับ
  • น้ำตาไหล
  • น้ำมูกไหล
  • หาวบ่อย
  • เหงื่อออก
  • ขนลุก
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ท้องเสีย
  • รูม่านตาขยาย
  • มีความอยากใช้ opioid มาก

อาการถอนสามารถสร้างความทรมานและเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้สารเพื่อให้อาการดีขึ้น

การกลับไปใช้หลังหยุดไปช่วงหนึ่งยังมีประเด็นด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เพราะความทนต่อ opioid อาจเปลี่ยนไป ทำให้การกลับไปใช้ในรูปแบบเดิมมีความเสี่ยงต่อ overdose

ผู้ที่ต้องการหยุด opioid จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม แทนที่จะต้องพยายามผ่านอาการถอนเพียงลำพัง

Opioid Overdose คืออะไร?

Opioid overdose คือภาวะที่ได้รับ opioid มากจนเกิดผลรุนแรงต่อร่างกาย โดยความเสี่ยงสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการกดการหายใจ

สัญญาณอันตรายที่ควรสงสัย overdose ได้แก่

  • ไม่รู้สึกตัวหรือปลุกไม่ตื่น
  • หายใจช้ามาก
  • หายใจตื้น
  • หยุดหายใจหรือหายใจผิดปกติ
  • ร่างกายอ่อนปวกเปียก
  • มีภาวะขาดออกซิเจน
  • อาการทรุดลงอย่างรวดเร็วหลังใช้สาร

หากสงสัย opioid overdose ให้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูว่าอาการจะดีขึ้นเองหรือไม่

Naloxone เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้าน opioid และสามารถใช้ช่วยย้อนกลับภาวะกดการหายใจจาก opioid overdose ได้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม แต่ผู้ป่วยยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลฉุกเฉิน เนื่องจากฤทธิ์ของ opioid บางชนิดอาจยาวนานกว่าฤทธิ์ของ naloxone และอาการสามารถกลับมาได้

อะไรทำให้เสี่ยง Opioid Overdose มากขึ้น?

ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง ได้แก่

  • ใช้ opioid ที่ไม่ทราบความแรงหรือส่วนประกอบ
  • ใช้สารหลายชนิดร่วมกัน
  • กลับไปใช้หลังหยุดไปช่วงหนึ่ง
  • ใช้ opioid ร่วมกับสารกดประสาทอื่น
  • มีโรคทางกายที่เพิ่มความเสี่ยง
  • ใช้สารที่มีความแรงสูง เช่น fentanyl
  • ใช้โดยไม่มีผู้อื่นอยู่ใกล้ในกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉิน

การใช้ opioid ร่วมกับแอลกอฮอล์หรือยากดประสาทบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการกดระบบประสาทและการหายใจได้

ภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ เกิดจากอะไร?

Opioid Use Disorder ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน

ปัจจัยทางสมองและชีวภาพ

Opioid ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและวงจรที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด รางวัล แรงจูงใจ และการเรียนรู้

เมื่อใช้ซ้ำ สมองและร่างกายสามารถเกิดการปรับตัวต่อสาร ทำให้ความอยากและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้มีบทบาทมากขึ้น

พันธุกรรมและความแตกต่างทางชีวภาพของแต่ละคนก็มีส่วนต่อความเสี่ยง

ปัจจัยทางจิตใจ

บางคนใช้ opioid เพื่อหลีกหนีจากความเจ็บปวดทางกายหรือทางใจ ความเครียด ความวิตกกังวล ความซึมเศร้า ความเหงา หรือเหตุการณ์กระทบกระเทือนใจ

หากสารกลายเป็นวิธีหลักในการทำให้ความทุกข์ลดลงชั่วคราว การหยุดใช้โดยไม่มีวิธีรับมืออื่นเข้ามาทดแทนอาจทำได้ยาก

ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

การเข้าถึงสาร กลุ่มเพื่อน ปัญหาครอบครัว ความเครียดทางการเงิน สภาพแวดล้อม และประสบการณ์ชีวิตสามารถมีส่วนต่อการเริ่มใช้และการกลับไปใช้ซ้ำ

การรักษาจึงควรทำความเข้าใจทั้งตัวสาร สุขภาพจิต และบริบทชีวิตของผู้ป่วย

ภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ รักษาอย่างไร?

Opioid Use Disorder เป็นภาวะที่มีแนวทางการรักษาหลายรูปแบบ การรักษาไม่ควรมีเป้าหมายเพียงทำให้ผู้ป่วยผ่านช่วงถอนสาร แต่ควรลดความเสี่ยงจาก overdose ลดการกลับไปใช้ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงขึ้น

ประเมินรูปแบบการใช้และความปลอดภัย

แพทย์อาจประเมินว่าใช้ opioid ชนิดใด ปริมาณเท่าใด ใช้บ่อยเพียงใด ใช้มานานเท่าไร ใช้ครั้งล่าสุดเมื่อใด และเคยมี overdose หรือไม่

ควรแจ้งการใช้แอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือสารเสพติดชนิดอื่นตามจริง เพราะการใช้หลายสารร่วมกันมีผลต่อความปลอดภัยและแผนการรักษา

ดูแลอาการถอน

แพทย์สามารถประเมินความรุนแรงของ opioid withdrawal และวางแผนการรักษาเพื่อลดอาการและช่วยให้ผู้ป่วยผ่านช่วงหยุดสารอย่างเหมาะสม

แต่การดูแล withdrawal เพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกมองว่าเป็นการรักษา Opioid Use Disorder ทั้งหมด เพราะหลังจากช่วงถอนยังต้องดูแลความอยาก ตัวกระตุ้น และความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้และ overdose ต่อไป

การรักษาด้วยยา

การรักษาด้วยยามีบทบาทสำคัญใน Opioid Use Disorder

ยาที่ใช้ในการรักษาอาจรวมถึง methadone, buprenorphine และ naltrexone โดยยาแต่ละชนิดมีวิธีออกฤทธิ์ ข้อบ่งใช้ ข้อจำกัด และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มแตกต่างกัน

การเลือกยาจึงต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ตามรูปแบบการใช้ opioid สุขภาพร่างกาย ยาและสารอื่นที่ใช้ร่วมกัน รวมถึงเป้าหมายของผู้ป่วย

การรักษาด้วยยาไม่ควรถูกมองอย่างง่าย ๆ ว่าเป็นการ “เอายาตัวหนึ่งไปแทนยาอีกตัวหนึ่ง” เพราะเป้าหมายทางการแพทย์คือการลดอันตราย ลดความอยาก ลดการใช้ opioid ที่สร้างปัญหา และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น

จิตบำบัดและการปรับพฤติกรรม

การรักษาทางจิตใจสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตัวกระตุ้นของความอยากใช้ วางแผนรับมือกับ Craving จัดการความเครียด และปรับสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการใช้สาร

นอกจากนี้ยังสามารถช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ การทำงาน การเงิน และกิจวัตรประจำวันที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สาร

รักษาโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วมกัน

ผู้ที่มี Opioid Use Disorder อาจมีโรคซึมเศร้า วิตกกังวล PTSD ปัญหาการนอน หรือโรคทางจิตเวชอื่นร่วมด้วย

ควรประเมินและรักษาปัญหาเหล่านี้ควบคู่กัน โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยเคยใช้ opioid เพื่อรับมือกับความทุกข์ทางอารมณ์

เลิกเฮโรอีนเองกับเข้ารับการรักษา ต่างกันอย่างไร?

การพยายามหยุดด้วยตนเองอาจทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญอาการถอนและความอยากอย่างมากโดยไม่มีแผนรองรับ

ประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงความทรมานจาก withdrawal แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ซ้ำ

หลังหยุด opioid ไปช่วงหนึ่ง ความทนต่อสารอาจลดลง หากกลับไปใช้ปริมาณเดิมที่เคยใช้ อาจมีความเสี่ยงต่อ overdose มากขึ้น

การเข้ารับการรักษาช่วยให้สามารถวางแผนตั้งแต่การจัดการ withdrawal การพิจารณายารักษา Opioid Use Disorder การดูแลสุขภาพจิต ไปจนถึงการป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำ

ถ้ากลับไปใช้ opioid อีก แปลว่าการรักษาล้มเหลวไหม?

ไม่จำเป็น

การกลับไปใช้สามารถเกิดขึ้นได้ในกระบวนการฟื้นตัวของบางคน และควรเป็นเหตุให้กลับมาประเมินว่าอะไรทำให้แผนเดิมไม่เพียงพอ

อาจเกี่ยวข้องกับความอยากใช้ อาการถอน ความเครียด ปัญหาสุขภาพจิต การกลับไปเจอสภาพแวดล้อมเดิม หรือการขาดการรักษาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การกลับไปใช้ opioid มีความสำคัญด้านความปลอดภัยมาก เพราะหลังหยุดไประยะหนึ่งความทนต่อสารอาจเปลี่ยนไปและความเสี่ยงต่อ overdose อาจเพิ่มขึ้น

หากกลับไปใช้ ไม่จำเป็นต้องรอจนกลับไปใช้หนักเหมือนเดิมก่อนจึงกลับมารักษา

ครอบครัวควรช่วยคนที่มีปัญหาการใช้ opioid อย่างไร?

ครอบครัวอาจผ่านทั้งความกลัว ความโกรธ ความผิดหวัง และความเหนื่อยจากการเห็นผู้ป่วยพยายามหยุดแล้วกลับไปใช้ซ้ำ

คำพูดอย่าง

“ถ้าอยากเลิกจริงก็เลิกได้”

“ทำไมต้องกลับไปใช้อีก”

“ไม่มีความรับผิดชอบ”

อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอับอายและหลีกเลี่ยงการขอความช่วยเหลือ

อาจเริ่มจากสิ่งที่สังเกตเห็น เช่น

“เราเห็นว่าคุณพยายามหยุดหลายครั้งแล้ว แต่มันดูทรมานมาก”

“เราเป็นห่วงเรื่องการกลับไปใช้และ overdose อยากให้ลองคุยกับหมอว่ามีวิธีรักษาอะไรบ้าง”

การให้ความช่วยเหลือไม่ได้หมายความว่าครอบครัวต้องยอมรับพฤติกรรมที่เป็นอันตราย สามารถกำหนดขอบเขตเรื่องเงิน ความรุนแรง การขับรถ การดูแลเด็ก และความปลอดภัยของคนในบ้านได้

เมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาลทันที?

ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หากหลังใช้ opioid มีอาการ เช่น

  • หมดสติหรือปลุกไม่ตื่น
  • หายใจช้ามาก
  • หายใจตื้นหรือหยุดหายใจ
  • ระดับความรู้สึกตัวลดลง
  • มีภาวะขาดออกซิเจน
  • ชักหรือมีอาการทางร่างกายรุนแรง
  • สงสัยว่าได้รับ opioid เกินขนาด
  • ใช้สารหลายชนิดร่วมกันแล้วมีอาการผิดปกติ

นอกจากนี้ หากมีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น หรือไม่สามารถรักษาความปลอดภัยของตนเองได้ ควรได้รับการประเมินฉุกเฉินเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาการใช้และภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ (FAQ)

Opioid กับเฮโรอีนเหมือนกันไหม?

เฮโรอีนเป็นสารชนิดหนึ่งในกลุ่ม opioid แต่ opioid ยังรวมถึงสารและยาชนิดอื่น เช่น morphine, codeine, fentanyl และยาแก้ปวด opioid บางประเภท

ใช้ยาแก้ปวด opioid ตามแพทย์สั่ง แปลว่าติดยาหรือไม่?

ไม่จำเป็น การเกิดการพึ่งพาทางร่างกายหรือ Tolerance ระหว่างการรักษาไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยมี Opioid Use Disorder โดยอัตโนมัติ ต้องประเมินรูปแบบการใช้และปัญหาอื่นร่วมด้วย

อาการถอน opioid อันตรายไหม?

Opioid withdrawal สามารถทำให้เกิดอาการไม่สบายและทรมานมาก และความเสี่ยงแตกต่างกันตามสุขภาพและบริบทของแต่ละคน ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้และ overdose หลังความทนต่อสารลดลง จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม

มียารักษาภาวะติด opioid ไหม?

มี ยาที่ใช้ในการรักษา Opioid Use Disorder ได้แก่ methadone, buprenorphine และ naltrexone ในบริบทที่เหมาะสม การเลือกใช้ยาต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์

Naloxone คือยาเลิก opioid หรือไม่?

ไม่ใช่ Naloxone เป็น opioid antagonist หรือยาต้านฤทธิ์ opioid ที่ใช้ในภาวะ opioid overdose เพื่อช่วยย้อนกลับผลของ opioid โดยเฉพาะการกดการหายใจ ไม่ใช่ยาสำหรับรักษา Opioid Use Disorder ในระยะยาว

ต้องเลิกเฮโรอีนให้ได้ก่อนถึงจะมาพบจิตแพทย์ไหม?

ไม่จำเป็น

สามารถมาปรึกษาได้แม้ยังใช้อยู่ ยังหยุดไม่ได้ เพิ่งกลับไปใช้ซ้ำ หรือยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเลิกอย่างไร

การรักษาสามารถเริ่มจากการประเมินความปลอดภัย รูปแบบการใช้ อาการถอน สุขภาพจิต และทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย

ปรึกษาปัญหาการใช้และภาวะติดสารกลุ่มโอปิออยด์ ที่ Piti Clinic

หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังมีปัญหาจากเฮโรอีน ฝิ่น หรือสารและยาในกลุ่ม opioid ไม่จำเป็นต้องรอจนเกิด overdose หรือสูญเสียการงานและความสัมพันธ์ก่อนจึงค่อยมาขอความช่วยเหลือ

หากเริ่มควบคุมการใช้ได้ยาก พยายามหยุดหลายครั้งแต่กลับไปใช้ มีความอยากใช้มาก มีอาการถอน หรือการใช้สารเริ่มกระทบสุขภาพ งาน การเงิน และความสัมพันธ์ ก็สามารถเข้ามารับการประเมินได้

การรักษา Opioid Use Disorder มีมากกว่าการบอกให้ผู้ป่วย “อดทนแล้วเลิกให้ได้” จิตแพทย์สามารถประเมินรูปแบบการใช้ ความเสี่ยงจาก overdose และ withdrawal โรคทางจิตเวชที่เกิดร่วม รวมถึงพิจารณาทางเลือกในการรักษาด้วยยาและการดูแลทางจิตใจตามความเหมาะสม

สำหรับครอบครัวที่เป็นห่วงคนใกล้ตัว แต่ผู้ป่วยยังไม่พร้อมเข้ารับการรักษา สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อทำความเข้าใจปัญหา ความเสี่ยง และวางแนวทางช่วยเหลือได้เช่นกัน

โทร 090 230 6000นัดผ่าน LINE