ข้ามไปเนื้อหา
โทร 090 230 6000LINE @piticlinic

โรคจิตระยะสั้น (Brief Psychotic Disorder) อาการ สาเหตุ และการรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ปีติ คลินิก · ตรวจทานโดย นพ. พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์) · 13 กันยายน 2569

จู่ ๆ คนใกล้ตัวเริ่มพูดว่า “มีคนกำลังตามทำร้าย” ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน ได้ยินเสียงคนพูดทั้งที่คนอื่นไม่ได้ยิน หรือมีพฤติกรรมแปลกไปจากเดิมอย่างชัดเจน เหตุการณ์เช่นนี้อาจสร้างความตกใจและความกังวลให้ทั้งผู้ที่มีอาการและครอบครัว โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในคนที่ก่อนหน้านี้ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ

อาการดังกล่าวอาจพบได้ใน โรคจิตระยะสั้น (Brief Psychotic Disorder) ซึ่งเป็นโรคจิตเวชที่มีอาการทางจิตเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เช่น หลงผิด หูแว่ว เห็นภาพหลอน หรือความคิดและคำพูดสับสน โดยอาการตามเกณฑ์การวินิจฉัยมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน แต่ไม่ถึง 1 เดือน และภายหลังกลับสู่ระดับการใช้ชีวิตเดิมได้

แม้ชื่อจะมีคำว่า “ระยะสั้น” แต่อาการในช่วงที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงและส่งผลต่อการรับรู้ความเป็นจริง การตัดสินใจ ความปลอดภัย ความสัมพันธ์ การทำงาน และการดูแลตนเองได้ การพบจิตแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการจึงมีความสำคัญ ทั้งเพื่อดูแลอาการและตรวจหาสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการทางจิต

โรคจิตระยะสั้น คืออะไร?

โรคจิตระยะสั้น (Brief Psychotic Disorder) คือภาวะที่บุคคลเกิดอาการทางจิตอย่างฉับพลัน ทำให้การรับรู้หรือการตีความความเป็นจริงเปลี่ยนไปชั่วคราว

อาการสำคัญอาจเป็น อาการหลงผิด (Delusion) เช่น เชื่ออย่างมากว่ามีคนกำลังติดตาม ปองร้าย หรือเฝ้าดูตนเอง ทั้งที่ไม่มีหลักฐานรองรับ หรือเป็น อาการประสาทหลอน (Hallucination) เช่น ได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน รวมถึงอาจมีการพูดหรือกระบวนการคิดที่สับสน ไม่ปะติดปะต่อ ตลอดจนพฤติกรรมที่ผิดไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ลักษณะสำคัญของ Brief Psychotic Disorder คืออาการเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว มีระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน แต่ไม่ถึง 1 เดือน และเมื่ออาการสงบ ผู้ป่วยกลับสู่ระดับการทำหน้าที่ก่อนเกิดอาการได้

อย่างไรก็ตาม การมีหูแว่ว หลงผิด หรือพฤติกรรมผิดปกติไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคจิตระยะสั้นเสมอไป เพราะอาการทางจิตสามารถเกิดจากโรคจิตเวชชนิดอื่น ภาวะทางกาย ยาหรือสารบางชนิด รวมถึงการใช้หรือหยุดสารเสพติดได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคอย่างเหมาะสม

อาการของโรคจิตระยะสั้น มีอะไรบ้าง?

อาการของโรคจิตระยะสั้นมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจเปลี่ยนแปลงความคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤติกรรมอย่างชัดเจน

อาการหลงผิด

ผู้ป่วยอาจมีความเชื่อบางอย่างอย่างมั่นคง แม้ข้อมูลหรือสถานการณ์จริงไม่สนับสนุนความเชื่อนั้น เช่น

  • เชื่อว่ามีคนกำลังติดตามหรือวางแผนทำร้าย
  • รู้สึกว่าคนรอบตัวกำลังพูดถึงหรือส่งสัญญาณถึงตน
  • หวาดระแวงบุคคลใกล้ตัวโดยไม่มีเหตุผลที่สอดคล้องกับสถานการณ์
  • มีความเชื่อที่แตกต่างจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน

อาการประสาทหลอน

เป็นการรับรู้สิ่งที่ไม่ได้มีสิ่งเร้าภายนอกในขณะนั้น เช่น หูแว่ว ได้ยินเสียงเรียกชื่อหรือเสียงพูดทั้งที่ไม่มีใครพูด หรืออาจมีประสบการณ์การรับรู้ผิดปกติในรูปแบบอื่น

สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการ ประสบการณ์เหล่านี้อาจรู้สึก “จริง” มาก การโต้เถียงหรือตำหนิว่าเขาคิดไปเองจึงอาจเพิ่มความกลัวหรือความไม่ไว้วางใจได้

ความคิดและคำพูดสับสน

ผู้ป่วยบางคนอาจพูดไม่ต่อเนื่อง เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว หรือลำดับความคิดได้ยาก จนคนรอบข้างติดตามสิ่งที่กำลังพูดได้ลำบาก

อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

อาจพบอารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สับสน สมาธิหรือความสนใจลดลง มีพฤติกรรมแปลกหรือไม่เหมาะกับสถานการณ์ บางรายอาจตะโกน กรีดร้อง เงียบไม่พูด หรือจำเหตุการณ์ช่วงใกล้ ๆ ได้ไม่ดี

อาการของแต่ละคนแตกต่างกันได้ และการมีอาการเพียงบางข้อไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคจิตระยะสั้นเสมอไป การประเมินโดยจิตแพทย์มีความสำคัญในการหาสาเหตุและแยกจากภาวะอื่น

แบบไหนที่อาจเข้าข่ายโรคจิตระยะสั้น?

สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่เพียงว่า “มีอาการอะไร” แต่ต้องดูร่วมกันทั้ง ความรุนแรง ระยะเวลา และผลกระทบต่อชีวิต

ตัวอย่างเช่น คนที่ปกติทำงานและสื่อสารกับผู้อื่นได้ตามปกติ แต่อยู่ ๆ ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เริ่มเชื่อว่ามีคนติดตามทำร้าย ได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน หรือพูดและแสดงพฤติกรรมสับสนอย่างเห็นได้ชัด จนไม่สามารถทำงาน นอนหลับ ดูแลตนเอง หรืออยู่ร่วมกับครอบครัวได้เหมือนเดิม ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์

สำหรับโรคจิตระยะสั้น อาการทางจิตจะเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 วันแต่ไม่ถึง 1 เดือน และมีการกลับสู่ระดับการใช้ชีวิตเดิมภายหลังอาการสงบ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกอาจยังไม่สามารถบอกได้ทันทีว่าอาการจะเป็นเพียงระยะสั้นหรือเป็นส่วนหนึ่งของโรคหรือภาวะอื่น จิตแพทย์จึงต้องติดตามระยะเวลา การเปลี่ยนแปลงของอาการ และข้อมูลอื่นประกอบการวินิจฉัย

หากไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเข้าข่ายหรือไม่ สามารถ ปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อประเมินอย่างเหมาะสมได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการรุนแรงก่อน

โรคจิตระยะสั้น เกิดจากอะไร?

ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุของ Brief Psychotic Disorder ได้อย่างแน่ชัด และไม่ควรมองว่าเกิดจากความอ่อนแอของผู้ป่วยหรือความผิดของครอบครัวเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

ในแต่ละคนอาจมีปัจจัยหลายด้านเกี่ยวข้องร่วมกัน

ปัจจัยทางชีวภาพและสุขภาพ

เมื่อมีอาการทางจิตเกิดขึ้นใหม่ แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาสาเหตุทางกาย ยา สารเสพติด หรือภาวะอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายโรคจิตระยะสั้น เพราะอาการอย่างหูแว่ว หลงผิด หรือสับสนไม่ได้เกิดจากโรคจิตเวชเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยทางจิตใจ

ลักษณะทางจิตใจและความเปราะบางของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน บางคนสามารถรับมือกับความเครียดสูงได้ ในขณะที่บางคนอาจมีความไวต่อความเครียดหรือมีปัจจัยทางจิตใจอื่นร่วมด้วย

ความเครียดและเหตุการณ์สำคัญในชีวิต

ในผู้ป่วยบางราย อาการอาจเกิดขึ้นหลังเผชิญ ความเครียดทางจิตสังคมอย่างมาก หรือการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิต อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะพบเหตุการณ์กระตุ้นที่ชัดเจน และการมีความเครียดก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดโรคนี้เสมอไป

ดังนั้น การประเมินจึงควรมองทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต การใช้ยาและสารต่าง ๆ เหตุการณ์ในชีวิต และบริบทแวดล้อมของแต่ละคนร่วมกัน

โรคจิตระยะสั้น รักษาอย่างไร?

แนวทาง รักษาโรคจิตเวช ในผู้ที่มีโรคจิตระยะสั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ความเสี่ยงต่อความปลอดภัย สาเหตุที่เกี่ยวข้อง โรคร่วม สุขภาพร่างกาย และบริบทของผู้ป่วยแต่ละคน

การประเมินและวินิจฉัย

จิตแพทย์จะประเมินลักษณะและระยะเวลาของอาการ การเปลี่ยนแปลงจากเดิม ความสามารถในการใช้ชีวิต ความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น รวมถึงประวัติทางกาย การใช้ยา แอลกอฮอล์ หรือสารเสพติด

ในบางกรณีอาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกภาวะทางกาย ผลจากยาและสาร หรือภาวะสับสนเฉียบพลันออกจากโรคทางจิตเวช

การประเมินนี้มีความสำคัญ เพราะอาการทางจิตที่ดูคล้ายกันอาจมีสาเหตุและแนวทางรักษาแตกต่างกัน

การรักษาด้วยยา

แพทย์อาจพิจารณาใช้ ยาต้านโรคจิต (Antipsychotic medication) เพื่อควบคุมอาการ เช่น หลงผิด ประสาทหลอน ความคิดหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ โดยการเลือกยาและระยะเวลาที่ใช้ต้องพิจารณาตามอาการและปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย

ไม่ควรเริ่ม หยุด หรือลดยาด้วยตนเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

การดูแลในโรงพยาบาล

ในผู้ป่วยบางราย อาการอาจรุนแรงจนต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อการรับรู้ความเป็นจริงบกพร่องมาก ไม่สามารถดูแลตนเองได้ มีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น หรือจำเป็นต้องประเมินสาเหตุอย่างใกล้ชิด

เป้าหมายของการดูแลคือความปลอดภัย การควบคุมอาการ และการประเมินหาสาเหตุ ไม่ใช่การลงโทษหรือตีตราผู้ป่วย

การดูแลทางจิตใจและครอบครัว

หลังอาการเฉียบพลันเริ่มสงบ การพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น การจัดการความเครียด การสนับสนุนจากครอบครัว และการติดตามอาการมีบทบาทสำคัญ

คนใกล้ตัวสามารถช่วยได้ด้วยการสื่อสารอย่างสงบ รับฟังโดยไม่ตำหนิ ไม่เยาะเย้ยหรือเผชิญหน้ากับความเชื่อของผู้ป่วยอย่างรุนแรง และช่วยพามาพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

แผนการรักษาไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน และควรวางแผนร่วมกับจิตแพทย์ตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี

โรคจิตระยะสั้นต่างจากโรคจิตเภทอย่างไร และควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

คำว่า “โรคจิต” ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีอาการทุกคนจะเป็น โรคจิตเภท (Schizophrenia)

ความแตกต่างสำคัญประการหนึ่งคือ ระยะเวลาของอาการและการดำเนินโรค ใน Brief Psychotic Disorder อาการเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน มีระยะเวลาตั้งแต่ 1 วันแต่ไม่ถึง 1 เดือน และกลับสู่ระดับการทำหน้าที่เดิมหลังอาการสงบ ขณะที่โรคในกลุ่ม psychotic disorders อื่นอาจมีระยะเวลาและรูปแบบการดำเนินโรคแตกต่างกัน

แต่ในช่วงที่อาการเพิ่งเริ่มต้น ครอบครัวไม่จำเป็นต้องพยายามแยกโรคด้วยตนเอง สิ่งสำคัญกว่าคือการพาผู้ที่มีอาการมารับการประเมิน

โดยเฉพาะหากเริ่มมี หูแว่ว หลงผิด หวาดระแวงมาก พูดสับสน พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นอนไม่หลับร่วมกับพฤติกรรมผิดปกติ ไม่สามารถดูแลตนเองได้ หรือมีความคิดหรือพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

หากมีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น สับสนรุนแรง ก้าวร้าวมาก หรือไม่สามารถดูแลความปลอดภัยพื้นฐานได้ ควรพาไปห้องฉุกเฉินหรือสถานพยาบาลที่สามารถดูแลภาวะฉุกเฉินได้ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคจิตระยะสั้น (FAQ)

โรคจิตระยะสั้นรักษาหายไหม?

ลักษณะสำคัญของโรคนี้คืออาการเกิดขึ้นในช่วงเวลาจำกัดและกลับสู่ระดับการใช้ชีวิตเดิมหลังอาการสงบ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรได้รับการติดตามหลังอาการดีขึ้น เพราะในระยะแรกอาจต้องอาศัยเวลาในการแยกจากโรคหรือสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการทางจิต

โรคจิตระยะสั้นต้องกินยาหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจพิจารณายาต้านโรคจิตเพื่อควบคุมอาการ โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความเสี่ยง และสภาพของผู้ป่วย การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ความเครียดทำให้เกิดโรคจิตระยะสั้นได้หรือไม่?

ผู้ป่วยบางรายมีอาการหลังเผชิญเหตุการณ์หรือความเครียดทางจิตสังคมที่รุนแรง แต่ไม่ใช่ทุกกรณีจะมีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน และความเครียดเพียงอย่างเดียวไม่ได้อธิบายอาการทางจิตทุกกรณี

หูแว่วหรือหวาดระแวง หมายความว่าเป็นโรคจิตระยะสั้นหรือไม่?

ไม่เสมอไป อาการหูแว่ว หลงผิด หรือหวาดระแวงสามารถพบได้ในหลายภาวะ ทั้งโรคจิตเวช โรคทางกาย และภาวะจากยาหรือสารต่าง ๆ จึงควรได้รับการประเมินเพื่อหาสาเหตุแทนการวินิจฉัยด้วยตนเอง

คนในครอบครัวควรช่วยอย่างไร?

พยายามพูดคุยด้วยน้ำเสียงสงบ รับฟังสิ่งที่ผู้ป่วยกำลังเผชิญโดยไม่ล้อเลียนหรือตำหนิ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับความเชื่อที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ควรหลีกเลี่ยงการโต้เถียงอย่างรุนแรง และช่วยประเมินความปลอดภัยพร้อมพาไปพบแพทย์

เมื่อไหร่ควรพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที?

หากผู้ป่วยมีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ก้าวร้าวหรือควบคุมตนเองไม่ได้ สับสนมาก ไม่สามารถดูแลตนเอง หรือมีอาการทางจิตรุนแรงจนไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้ ควรพาไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินโดยเร็ว

ปรึกษาและรักษาโรคจิตระยะสั้นที่ Piti Clinic

หากคุณหรือคนใกล้ตัวเริ่มมีอาการ หูแว่ว หลงผิด หวาดระแวง ความคิดสับสน หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างชัดเจน คุณไม่จำเป็นต้องรอให้อาการรุนแรงก่อนจึงค่อยขอความช่วยเหลือ

ที่ Piti Clinic ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และบุคลากรด้านสุขภาพจิต พร้อมรับฟังและประเมินปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยแยกสาเหตุของอาการ วางแนวทางการดูแล และติดตามอาการให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน โดยคำนึงถึงทั้งอาการ ความปลอดภัย ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายในการรักษา

การดูแลอาจประกอบด้วยการประเมินและวินิจฉัยโดยจิตแพทย์ การรักษาด้วยยาตามข้อบ่งชี้ การให้คำแนะนำแก่ครอบครัว ตลอดจนการดูแลทางจิตใจและติดตามอาการตามความเหมาะสม

โทร 090 230 6000นัดผ่าน LINE