กลุ่มนี้คืออะไร
ความกังวลและความกลัวเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้เราระวังตัว แต่เมื่อมันทำงานมากเกินไป เกิดขึ้นบ่อยเกินไป หรือเกิดในสถานการณ์ที่ไม่ได้อันตรายจริง ความรู้สึกเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งที่จำกัดชีวิตแทน
กลุ่มนี้รวมภาวะที่มี “ความกังวล ความกลัว และความเครียด” เป็นแกนกลาง ได้แก่ โรควิตกกังวลทั่วไปที่กังวลเรื่องต่าง ๆ แทบตลอดเวลา โรคแพนิคที่มีอาการใจสั่น หายใจไม่ทัน กลัวว่าจะเป็นอะไรไปเกิดขึ้นกะทันหัน โรควิตกกังวลทางสังคมที่กลัวการถูกมองหรือถูกตัดสิน โรคกลัวเฉพาะอย่าง ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรงที่เหตุการณ์ในอดีตยังตามหลอกหลอน และปัญหาความเครียดจากการปรับตัวเมื่อชีวิตเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
หลายคนมีอาการทางกายนำมาก่อน เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก มึนศีรษะ ปวดท้อง จนตรวจร่างกายหลายครั้งแล้วไม่พบสาเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและไม่ได้แปลว่าคิดไปเอง
สัญญาณที่ควรมาปรึกษา
- กังวลเรื่องต่าง ๆ มากจนหยุดคิดไม่ได้ ตึงเครียด นอนไม่หลับ หรือเหนื่อยล้าเกือบทุกวันนานหลายเดือน
- มีอาการใจสั่น หายใจไม่ทัน เหงื่อออก ตัวสั่น หรือกลัวว่าจะตายหรือเป็นบ้า เกิดขึ้นกะทันหันและซ้ำ ๆ จนเริ่มกลัวการเกิดอาการ
- หลีกเลี่ยงการพูดต่อหน้าคน การพบคนแปลกหน้า หรือสถานที่บางอย่าง จนกระทบการเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์
- หลังเหตุการณ์รุนแรง ยังฝันร้าย ภาพเหตุการณ์ผุดขึ้นมา ตกใจง่าย หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์นั้น
- เครียดกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น ย้ายงาน เลิกรา สูญเสีย จนใช้ชีวิตประจำวันได้ยากกว่าที่ควร
- ใช้แอลกอฮอล์หรือยานอนหลับเพื่อคลายความกังวลบ่อยขึ้น
เราช่วยอย่างไร
จิตแพทย์จะช่วยแยกว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นภาวะใด และตรวจสอบว่ามีสาเหตุทางกายหรือภาวะอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพราะความกังวลมักมาพร้อมกับปัญหาการนอนหรืออารมณ์เศร้า
การดูแลในกลุ่มนี้ให้ผลดีทั้งการใช้ยาและจิตบำบัด โดยเฉพาะการบำบัดที่ช่วยให้เข้าใจรูปแบบความคิดและค่อย ๆ เผชิญกับสิ่งที่กลัวอย่างเป็นขั้นตอน หลายคนเลือกจิตบำบัดโดยไม่ใช้ยา และหลายคนใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันในช่วงที่อาการรบกวนมาก แผนการดูแลจะวางร่วมกันตามความรุนแรงและความต้องการของแต่ละคน
หากอาการเริ่มจำกัดสิ่งที่คุณอยากทำ นั่นเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วในการมาปรึกษา ไม่ต้องรอให้หนักกว่านี้






