ข้ามไปเนื้อหา
โทร 090 230 6000LINE @piticlinic

ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ (Histrionic Personality Disorder) อาการ สาเหตุ และการรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ปีติ คลินิก · ตรวจทานโดย นพ. พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์) · 13 กันยายน 2569

ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ หรือ Histrionic Personality Disorder เป็นความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่มีรูปแบบเด่นของการแสดงอารมณ์อย่างมากและความต้องการได้รับความสนใจหรือการยอมรับจากผู้อื่น ผู้ที่มีภาวะนี้อาจรู้สึกไม่สบายใจเมื่อไม่ได้เป็นจุดสนใจ แสดงออกทางอารมณ์อย่างชัดเจน และให้ความสำคัญกับการได้รับความสนใจจากคนรอบข้าง

ลักษณะดังกล่าวอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ ชีวิตคู่ การทำงาน และการมองตนเอง โดยเฉพาะเมื่อความรู้สึกมีคุณค่าหรือความมั่นคงทางอารมณ์ขึ้นอยู่กับการได้รับความสนใจและการยอมรับจากผู้อื่นมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม คนที่ชอบเข้าสังคม พูดเก่ง แต่งตัวโดดเด่น แสดงอารมณ์เก่ง หรือชอบให้คนสนใจ ไม่ได้หมายความว่าจะมี Histrionic Personality Disorder การวินิจฉัยต้องพิจารณารูปแบบบุคลิกภาพในภาพรวม ความต่อเนื่องของลักษณะเหล่านั้น และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์

ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ คืออะไร?

ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจมีลักษณะสำคัญคือการต้องการความสนใจจากผู้อื่นร่วมกับการแสดงออกทางอารมณ์ที่มากและเปลี่ยนแปลงได้

บางคนอาจรู้สึกไม่สบายใจเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ความสนใจของคนรอบข้างไม่ได้อยู่ที่ตนเอง จึงอาจพยายามดึงความสนใจกลับมาด้วยการพูด การแสดงออก บุคลิก การแต่งกาย หรือพฤติกรรมระหว่างบุคคล

การแสดงอารมณ์อาจดูเข้มข้นหรือเป็นละครในสายตาคนรอบข้าง เช่น แสดงความดีใจ เสียใจ หรือโกรธอย่างชัดเจนมาก แต่ในบางครั้งอารมณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็ว

ผู้ที่มีลักษณะนี้บางคนยังสามารถประเมินความใกล้ชิดของความสัมพันธ์มากกว่าที่เป็นจริง เช่น รู้สึกว่าสนิทกับคนบางคนมาก ทั้งที่อีกฝ่ายอาจไม่ได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ในระดับเดียวกัน

ลักษณะสำคัญเหล่านี้พบได้ในการอธิบาย Histrionic Personality Disorder ทางจิตเวช แต่การมีเพียงบางลักษณะไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัย

อาการของความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ มีอะไรบ้าง?

อาการสามารถแตกต่างกันในแต่ละคน และไม่จำเป็นต้องแสดงออกเหมือนกันทุกสถานการณ์

รู้สึกไม่สบายใจเมื่อไม่ได้เป็นจุดสนใจ

บางคนอาจรู้สึกอึดอัด ไม่มั่นใจ หรือไม่พอใจเมื่ออยู่ในกลุ่มแล้วความสนใจไปอยู่ที่คนอื่น และอาจพยายามหาวิธีทำให้ตนเองกลับมาได้รับความสนใจ

สิ่งสำคัญคือไม่ได้หมายความว่าทุกพฤติกรรมดังกล่าวเกิดจากการ “แกล้งทำ” แต่การได้รับความสนใจหรือการยอมรับอาจมีความสำคัญต่อความรู้สึกมั่นคงของบุคคลนั้นมากกว่าคนทั่วไป

แสดงอารมณ์อย่างชัดเจนหรือดูมากกว่าสถานการณ์

อารมณ์อาจถูกแสดงออกอย่างเข้มข้น เช่น ดีใจมาก เสียใจมาก โกรธมาก หรือแสดงความรู้สึกผ่านน้ำเสียง สีหน้าและท่าทางอย่างเด่นชัด

ในบางครั้ง คนรอบตัวอาจรู้สึกว่าการแสดงอารมณ์ดูมากกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็ว

อารมณ์ที่แสดงออกอาจเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นความผิดหวัง หรือจากความสนุกเป็นความไม่พอใจได้ค่อนข้างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม อารมณ์เปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่าเป็น Histrionic Personality Disorder โดยอัตโนมัติ เพราะสามารถพบได้ในภาวะทางจิตเวชอื่นและในคนทั่วไป

ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์หรือการแสดงออกเพื่อดึงดูดความสนใจ

บางคนอาจใช้รูปลักษณ์ การแต่งกาย บุคลิก หรือวิธีแสดงออกเพื่อให้ตนเองได้รับความสนใจจากผู้อื่น

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแต่งตัวแบบใด เพราะการแต่งกายขึ้นอยู่กับรสนิยม วัฒนธรรม อาชีพ และบริบท แต่เป็นรูปแบบโดยรวมว่าการได้รับความสนใจจากผู้อื่นมีบทบาทต่อความรู้สึกมีคุณค่าของตนเองมากเพียงใด

มีพฤติกรรมยั่วยวนหรือใช้เสน่ห์ในความสัมพันธ์บางสถานการณ์

บางคนอาจมีลักษณะเจ้าชู้ ใช้เสน่ห์ หรือแสดงออกในลักษณะยั่วยวนทางเพศในสถานการณ์ที่อาจไม่เหมาะสมกับบริบท

ลักษณะนี้สามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง และไม่ควรนำไปใช้ตัดสินบุคคลจากการแต่งตัว บุคลิกที่เป็นมิตร หรือพฤติกรรมทางเพศเพียงอย่างเดียว

วิธีพูดอาจเน้นอารมณ์หรือภาพรวมมากกว่ารายละเอียด

บางคนสามารถเล่าเรื่องได้อย่างมีสีสันและชวนติดตาม แต่เมื่อถามรายละเอียดที่ชัดเจนอาจพบว่าคำอธิบายค่อนข้างกว้างหรือขาดรายละเอียด

ลักษณะการพูดเช่นนี้ต้องประเมินร่วมกับบุคลิกภาพด้านอื่น ไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียวได้

ได้รับอิทธิพลจากคนอื่นหรือสถานการณ์ได้ง่าย

ความคิดเห็น ความรู้สึก หรือการตัดสินใจอาจเปลี่ยนตามบุคคลที่อยู่ด้วยหรือสิ่งแวดล้อมได้ง่ายกว่าปกติ

บางคนอาจเชื่อใจผู้อื่นง่ายหรือถูกชักจูงได้ง่าย ซึ่งอาจสร้างปัญหาในการตัดสินใจหรือความสัมพันธ์ได้

รู้สึกว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากกว่าความเป็นจริง

ผู้ที่มีภาวะนี้บางคนอาจมองความสัมพันธ์ว่ามีความสนิทสนมเป็นพิเศษ ทั้งที่อีกฝ่ายอาจมองว่าเป็นเพียงคนรู้จัก เพื่อนร่วมงาน หรือความสัมพันธ์ที่ยังไม่ได้ใกล้ชิดมาก

ความแตกต่างในการรับรู้ระดับความสัมพันธ์นี้สามารถนำไปสู่ความผิดหวังหรือความขัดแย้งได้

อาการของ Histrionic Personality Disorder มีความหลากหลาย การมีอาการบางข้อไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพชนิดนี้ และไม่ควรนำรายการอาการไปใช้วินิจฉัยตนเอง คนรัก หรือคนในครอบครัว

แบบไหนที่อาจเข้าข่ายความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ?

การประเมินไม่ได้ดูเพียงว่า “ชอบเป็นจุดสนใจหรือไม่” แต่ดูว่ามีรูปแบบหลายด้านเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายสถานการณ์ และรูปแบบนั้นสร้างปัญหาหรือความทุกข์ในชีวิตมากเพียงใด

ตัวอย่างเช่น บางคนอาจรู้สึกดีและมั่นใจมากเมื่อได้รับความสนใจหรือคำชื่นชม แต่เมื่อความสนใจเปลี่ยนไปอยู่ที่คนอื่นกลับรู้สึกถูกมองข้าม ไม่พอใจ หรือพยายามทำบางอย่างเพื่อดึงความสนใจกลับมา

ในความสัมพันธ์ อาจรู้สึกผูกพันหรือสนิทสนมกับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ให้ความสำคัญกับการได้รับการยืนยันความรักหรือความสนใจ และรู้สึกผิดหวังมากเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตอบสนองตามที่คาดหวัง

ในที่ทำงานหรือสังคม อาจเกิดความขัดแย้งเมื่อไม่ได้รับความสนใจ การชื่นชม หรือบทบาทที่ต้องการ

หากรูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระทบความสัมพันธ์ การทำงาน หรือสุขภาพใจ การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจะช่วยประเมินปัญหาได้เหมาะสมกว่าการติดป้ายตนเองหรือผู้อื่นว่าเป็นโรค

ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ เกิดจากอะไร?

ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเดียวที่ทำให้เกิด Histrionic Personality Disorder ได้

เช่นเดียวกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพอื่น การพัฒนาบุคลิกภาพเป็นผลจากหลายปัจจัยที่มีปฏิสัมพันธ์กัน ทั้งพื้นฐานทางชีวภาพและอารมณ์ ประสบการณ์ทางจิตใจ ความสัมพันธ์ และสิ่งแวดล้อมที่บุคคลเติบโตและใช้ชีวิตอยู่

ปัจจัยทางชีวภาพและพื้นฐานด้านอารมณ์

แต่ละคนมีพื้นฐานอารมณ์และวิธีตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน ปัจจัยทางพันธุกรรมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของความผิดปกติทางบุคลิกภาพ แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดเพียงอย่างเดียว

มีข้อมูลว่าความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจสามารถพบเป็นกลุ่มในบางครอบครัว แต่ยังไม่สามารถใช้ข้อมูลนี้ทำนายได้ว่าใครจะเกิดความผิดปกตินี้

ปัจจัยทางจิตใจ

การพัฒนาความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง วิธีจัดการอารมณ์ ความต้องการการยอมรับ และวิธีสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นอาจมีส่วนต่อรูปแบบบุคลิกภาพที่พัฒนาขึ้น

ในบางคน การได้รับความสนใจจากผู้อื่นอาจกลายเป็นวิธีสำคัญในการช่วยให้ตนเองรู้สึกมั่นคงหรือมีคุณค่า

ความสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อม

ประสบการณ์ในครอบครัว ความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญ การได้รับหรือไม่ได้รับการยอมรับ ตลอดจนประสบการณ์ในสังคมสามารถมีส่วนต่อพัฒนาการของบุคลิกภาพ

แต่ไม่ควรสรุปว่าความผิดปกตินี้เกิดจาก “การเลี้ยงดูผิด” หรือกล่าวโทษพ่อแม่ เพราะไม่มีปัจจัยด้านการเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียวที่สามารถอธิบายการเกิดโรคได้

ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ รักษาอย่างไร?

การรักษาจะพิจารณาตามปัญหาของแต่ละคน เช่น ความสัมพันธ์ การจัดการอารมณ์ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล และโรคทางจิตเวชอื่นที่อาจเกิดร่วม

ผู้ที่มีภาวะนี้บางคนอาจไม่ได้มาพบผู้เชี่ยวชาญเพราะสงสัย Histrionic Personality Disorder โดยตรง แต่อาจมาด้วยปัญหาความสัมพันธ์ ความผิดหวัง การสูญเสีย หรือภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นร่วมกัน

การประเมินและวินิจฉัย

จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจะประเมินรูปแบบความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และความสัมพันธ์ในระยะยาว รวมถึงผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

การวินิจฉัยต้องแยกจากภาวะอื่นที่อาจมีลักษณะบางอย่างคล้ายกัน และพิจารณาว่ามีความผิดปกติอื่นเกิดร่วมด้วยหรือไม่

ตัวอย่างเช่น Histrionic Personality Disorder และ Borderline Personality Disorder อาจมีความไม่มั่นคงทางอารมณ์และความสัมพันธ์บางอย่างคล้ายกัน แต่ BPD มักมีลักษณะสำคัญอื่นร่วมด้วย เช่น ความไม่มั่นคงในอัตลักษณ์ ความกลัวการถูกทอดทิ้ง พฤติกรรมทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย และอาการคล้ายโรคจิตในช่วงเครียดบางกรณี การแยกสองภาวะจึงต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียด และทั้งสองภาวะสามารถเกิดร่วมกันได้

จิตบำบัด

จิตบำบัดเป็นแนวทางสำคัญในการรักษา โดยช่วยให้บุคคลค่อย ๆ เข้าใจความรู้สึกและความต้องการภายในของตนเอง รวมถึงมองเห็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำในความสัมพันธ์

ประเด็นในการบำบัดอาจรวมถึงการเข้าใจว่าความต้องการความสนใจสัมพันธ์กับความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองอย่างไร การรับรู้และสื่อสารอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา การเข้าใจความต้องการของผู้อื่น และการพัฒนาความสัมพันธ์ที่มั่นคงมากขึ้น

แนวทางจิตบำบัดที่เน้นการทำความเข้าใจอารมณ์ ความขัดแย้งภายใน และรูปแบบความสัมพันธ์สามารถนำมาใช้ได้ โดยควรเลือกให้เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน

การรักษาด้วยยา

ไม่มียาที่ใช้เปลี่ยนบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจโดยตรง

แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยาเมื่อมีอาการหรือโรคทางจิตเวชอื่นเกิดร่วม เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล โดยต้องเลือกตามการวินิจฉัย อาการ สุขภาพกาย และปัจจัยเฉพาะของแต่ละคน

ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัย Histrionic Personality Disorder ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องรับประทานยา

การดูแลตนเองและการปรับพฤติกรรม

การฝึกสังเกตอารมณ์และความต้องการของตนเองก่อนตอบสนองสามารถช่วยให้เห็นรูปแบบที่เกิดขึ้นได้ชัดขึ้น เช่น เมื่อรู้สึกว่าถูกมองข้าม เรากำลังรู้สึกอะไร ต้องการอะไร และมักตอบสนองด้วยวิธีใด

การฝึกสื่อสารความต้องการอย่างตรงไปตรงมาแทนการใช้พฤติกรรมเพื่อให้อีกฝ่ายคาดเดา การทบทวนว่าความสัมพันธ์มีความใกล้ชิดในระดับใด และการสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองจากหลายด้านของชีวิต สามารถนำมาใช้ร่วมกับการรักษาได้

ชอบเป็นจุดสนใจ แสดงออกเก่ง หรือแต่งตัวโดดเด่น หมายความว่าเป็น Histrionic Personality Disorder หรือไม่?

ไม่จำเป็น

คนเรามีบุคลิกแตกต่างกัน บางคนเป็นคนเปิดเผย ชอบเข้าสังคม ชอบการแสดง สนุกกับการเป็นจุดสนใจ แต่งตัวโดดเด่น หรือแสดงอารมณ์อย่างชัดเจน ซึ่งทั้งหมดสามารถเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพปกติได้

สิ่งที่ทำให้ต้องพิจารณาความผิดปกติทางบุคลิกภาพไม่ใช่เพียงความโดดเด่นของบุคลิก แต่เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ยืดหยุ่น และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ การทำงาน หรือสร้างความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญ

เช่นเดียวกัน การโพสต์ภาพตนเองบ่อย การชอบแต่งตัว การมีผู้ติดตามจำนวนมาก หรือทำอาชีพที่ต้องอยู่ต่อหน้าผู้คน ไม่ใช่หลักฐานว่าบุคคลนั้นมี Histrionic Personality Disorder

การวินิจฉัยบุคลิกภาพไม่ควรอาศัยสิ่งที่เราเห็นจากโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว

Histrionic Personality Disorder ต่างจาก Borderline Personality Disorder อย่างไร?

สองภาวะนี้อาจมีบางลักษณะคล้ายกัน เช่น อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์ที่มีปัญหา หรือความต้องการการตอบสนองจากคนรอบข้าง จึงอาจทำให้สับสนกันได้

ใน Histrionic Personality Disorder ลักษณะที่เด่นมักเกี่ยวข้องกับความต้องการเป็นจุดสนใจ การแสดงอารมณ์อย่างมาก การถูกชักจูงได้ง่าย และการรับรู้ว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดกว่าความเป็นจริง

ส่วน Borderline Personality Disorder มีลักษณะเด่นเพิ่มเติม เช่น ความกลัวการถูกทอดทิ้งอย่างมาก ภาพของตนเองที่ไม่มั่นคง ความรู้สึกว่างเปล่า พฤติกรรมหุนหันพลันแล่น และอาจมีพฤติกรรมทำร้ายตนเองหรือความคิดฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตาม อาการสามารถซ้อนทับกันได้ และทั้งสองภาวะสามารถเกิดร่วมกัน จึงไม่ควรพยายามแยกโรคด้วยอาการเพียงข้อหรือสองข้อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ (FAQ)

คนที่ชอบเรียกร้องความสนใจเป็น Histrionic Personality Disorder หรือไม่?

ไม่จำเป็น พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์และในคนทั่วไป การวินิจฉัยต้องพิจารณารูปแบบบุคลิกภาพหลายด้านที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและผลกระทบต่อชีวิต

คนที่แสดงอารมณ์มากหรือดราม่าเป็นโรคนี้หรือไม่?

ไม่สามารถสรุปได้จากลักษณะดังกล่าวเพียงอย่างเดียว การแสดงอารมณ์แตกต่างกันตามบุคลิก วัฒนธรรม สถานการณ์ และประสบการณ์ของแต่ละคน คำว่า “ดราม่า” จึงไม่ใช่คำวินิจฉัยทางจิตเวช

ผู้ชายเป็น Histrionic Personality Disorder ได้ไหม?

ได้ ความผิดปกตินี้สามารถพบได้ทุกเพศ และไม่ควรใช้ภาพจำว่าเป็นความผิดปกติที่เกิดเฉพาะในผู้หญิง ข้อมูลทางจิตเวชบางส่วนพบว่าความแตกต่างระหว่างเพศอาจไม่ได้ชัดเจนอย่างที่เคยเชื่อกัน

Histrionic Personality Disorder รักษาได้ไหม?

สามารถเข้ารับการรักษาเพื่อทำความเข้าใจและปรับรูปแบบที่สร้างปัญหาได้ จิตบำบัดมีบทบาทสำคัญในการช่วยทำความเข้าใจอารมณ์ ความต้องการ และรูปแบบความสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบบุคลิกภาพที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานมักต้องอาศัยความต่อเนื่องในการรักษา

ต้องกินยาหรือไม่?

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ไม่มียาที่รักษาบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจโดยตรง แต่แพทย์อาจพิจารณายาหากมีภาวะอื่นร่วม เช่น ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

ถ้าสงสัยว่าคนรักเป็น Histrionic Personality Disorder ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรวินิจฉัยอีกฝ่ายจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ชอบความสนใจ เจ้าชู้ หรือแสดงอารมณ์มาก หากความสัมพันธ์มีปัญหา ควรพูดถึงพฤติกรรมและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงกำหนดขอบเขตที่เหมาะสม

หากปัญหาเกิดซ้ำจนส่งผลต่อสุขภาพใจ สามารถปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์และวิธีรับมือได้ แม้อีกฝ่ายจะยังไม่ได้เข้ารับการประเมินก็ตาม

ปรึกษาและรักษาความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต้องการเป็นจุดสนใจ ที่ Piti Clinic

หากคุณพบว่าความต้องการการยอมรับหรือความสนใจจากผู้อื่น การจัดการอารมณ์ หรือรูปแบบความสัมพันธ์กำลังสร้างความทุกข์และเกิดปัญหาซ้ำ ๆ ในชีวิต คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรงก่อนจึงค่อยขอความช่วยเหลือ

หากคุณกำลังกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนรักหรือคนในครอบครัว การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องรีบติดป้ายหรือวินิจฉัยอีกฝ่าย

ที่ Piti Clinic ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และบุคลากรด้านสุขภาพจิต พร้อมรับฟัง ประเมินปัญหา และวางแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยคำนึงถึงทั้งอาการ ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายในการรักษา

การดูแลอาจประกอบด้วยการประเมินทางจิตเวช การประเมินรูปแบบบุคลิกภาพและปัญหาทางอารมณ์ จิตบำบัดเพื่อช่วยทำความเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และรูปแบบความสัมพันธ์ รวมถึงการรักษาภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นที่เกิดร่วมตามความเหมาะสม

เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การทำให้คนคนหนึ่ง “เลิกเป็นตัวเอง” หรือไม่สามารถแสดงออกได้ แต่เป็นการช่วยให้เข้าใจอารมณ์และความต้องการของตนเองมากขึ้น มีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองที่มั่นคงขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ที่ตอบสนองทั้งความต้องการของตนเองและเคารพความรู้สึกของผู้อื่น

โทร 090 230 6000นัดผ่าน LINE