ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) อาการ สาเหตุ และการรักษา
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม หรือ Antisocial Personality Disorder (ASPD) เป็นความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่มีลักษณะสำคัญคือรูปแบบการไม่เคารพและละเมิดสิทธิของผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง อาจพบพฤติกรรมหลอกลวง ไม่รับผิดชอบ หุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองหรือผู้อื่น และไม่รู้สึกผิดหรือสำนึกต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นในลักษณะที่ควรเป็น
คำว่า “ต่อต้านสังคม” ในชื่อโรคนี้อาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เพราะไม่ได้หมายถึงคนที่ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบงานสังสรรค์ เป็นคนเก็บตัว หรือชอบอยู่คนเดียว พฤติกรรมเหล่านั้นไม่ใช่ความหมายของ Antisocial Personality Disorder
สิ่งที่สำคัญกว่าคือรูปแบบพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นและกฎเกณฑ์ของสังคมอย่างต่อเนื่องในหลายด้านของชีวิต และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง
ในทางกลับกัน การเคยทำผิดกฎหมาย โกหก หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพียงบางครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าจะมี ASPD เช่นกัน การวินิจฉัยต้องอาศัยประวัติพฤติกรรมในระยะยาวและการประเมินอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม คืออะไร?
Antisocial Personality Disorder เป็นรูปแบบความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่เกี่ยวข้องกับการไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น กฎเกณฑ์ และความรับผิดชอบต่อผลของการกระทำของตนเอง
ผู้ที่มีภาวะนี้บางคนอาจมีพฤติกรรมโกหก หลอกลวง หรือใช้ผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง บางคนมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว หรือทำสิ่งที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาด้านความรับผิดชอบ เช่น ไม่รักษาข้อตกลงหรือมีปัญหาซ้ำ ๆ ในการทำงานและการจัดการภาระหน้าที่
ลักษณะที่สำคัญอีกด้านคือ เมื่อการกระทำของตนเองสร้างความเสียหายหรือทำร้ายผู้อื่น อาจไม่รู้สึกผิดหรือสำนึกเสียใจในระดับที่สอดคล้องกับผลกระทบที่เกิดขึ้น และอาจหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำหรือโยนความรับผิดชอบไปยังผู้อื่น
การประเมิน ASPD ไม่ได้พิจารณาเฉพาะบุคลิกที่เห็นในเวลาสั้น ๆ เพราะบางคนสามารถดูเป็นมิตร น่าเชื่อถือ หรือมีทักษะทางสังคมที่ดีได้ แต่เมื่อพิจารณาประวัติในระยะยาวอาจพบปัญหาในหลายด้านของชีวิต
อาการของความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม มีอะไรบ้าง?
อาการและระดับความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน ไม่จำเป็นว่าผู้ที่มี ASPD ทุกคนจะมีพฤติกรรมเหมือนกัน
ไม่เคารพกฎเกณฑ์หรือสิทธิของผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง
อาจมีพฤติกรรมที่ละเมิดกฎ ระเบียบ หรือสิทธิของคนอื่นซ้ำ ๆ และบางกรณีอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การทำผิดกฎหมายไม่ได้เท่ากับการมี ASPD เพราะพฤติกรรมผิดกฎหมายสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ การวินิจฉัย ASPD ต้องพบรูปแบบบุคลิกภาพและพฤติกรรมที่กว้างกว่านั้นและเกิดขึ้นในหลายด้านของชีวิต
โกหกหรือหลอกลวงซ้ำ ๆ
บางคนอาจโกหก ใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง หรือหลอกลวงผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ ความสะดวก หรือความต้องการของตนเอง
ในบางกรณีอาจสามารถนำเสนอตนเองอย่างน่าเชื่อถือหรือมีเสน่ห์ทางสังคม ทำให้คนรอบข้างไม่เห็นปัญหาในช่วงแรกได้
การโกหกเป็นครั้งคราวในคนทั่วไปไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัย ต้องพิจารณาว่าเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำและสัมพันธ์กับลักษณะอื่นของ ASPD หรือไม่
หุนหันพลันแล่นและวางแผนล่วงหน้าได้ยาก
อาจตัดสินใจหรือกระทำบางอย่างอย่างรวดเร็วโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา เช่น การเงิน การทำงาน ความสัมพันธ์ การใช้สาร หรือพฤติกรรมเสี่ยง
พฤติกรรมหุนหันพลันแล่นสามารถพบในภาวะอื่นได้เช่นกัน จึงไม่สามารถใช้ลักษณะนี้เพียงข้อเดียวในการวินิจฉัย ASPD
หงุดหงิด ก้าวร้าว หรือมีความขัดแย้งซ้ำ ๆ
บางคนอาจมีความอดทนต่อความไม่พอใจต่ำ โกรธง่าย มีปัญหาการทะเลาะหรือใช้ความก้าวร้าวซ้ำ ๆ
แต่พฤติกรรมก้าวร้าวไม่ได้หมายความว่าเป็น ASPD เสมอไป เพราะอาจสัมพันธ์กับการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติด ภาวะทางอารมณ์ ความผิดปกติในการควบคุมแรงกระตุ้น หรือปัญหาทางการแพทย์และระบบประสาทบางชนิดได้
ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองหรือผู้อื่น
อาจทำพฤติกรรมเสี่ยงโดยไม่ให้ความสำคัญกับผลที่อาจเกิดขึ้นต่อตนเองหรือคนอื่น เช่น การขับรถอย่างอันตราย การใช้สาร หรือพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นตกอยู่ในความเสี่ยง
ขาดความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
อาจมีปัญหาซ้ำ ๆ ในการรักษาความรับผิดชอบด้านการทำงาน การเงิน ข้อตกลง หรือภาระหน้าที่ต่อบุคคลอื่น
สิ่งสำคัญคือคำว่า “ขาดความรับผิดชอบ” ในที่นี้หมายถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ความผิดพลาดหรือการจัดการชีวิตไม่ได้ในบางช่วง
ไม่รู้สึกผิดหรือสำนึกต่อผลกระทบที่เกิดกับผู้อื่น
หลังจากทำให้คนอื่นได้รับความเสียหาย บางคนอาจไม่แสดงความรู้สึกผิดอย่างเหมาะสม ลดความสำคัญของผลกระทบ หรือหาเหตุผลว่าผู้เสียหายสมควรได้รับสิ่งที่เกิดขึ้น
ลักษณะของการไม่รู้สึกสำนึกต่อการกระทำเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญในการประเมิน ASPD
อาการเหล่านี้แตกต่างกันได้ในแต่ละคน การมีพฤติกรรมบางข้อไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม และไม่ควรใช้รายการอาการเพื่อวินิจฉัยคนรัก สมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลที่มีความขัดแย้งกับเรา
แบบไหนที่อาจเข้าข่ายความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม?
ASPD แตกต่างจากความผิดปกติทางบุคลิกภาพบางชนิดตรงที่ประวัติพฤติกรรมตั้งแต่วัยเด็กและวัยรุ่นมีความสำคัญต่อการวินิจฉัย
ในการประเมินตามเกณฑ์ทางจิตเวชที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ผู้ที่จะได้รับการวินิจฉัย ASPD ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี และต้องมีหลักฐานว่าก่อนอายุ 15 ปีเคยมีรูปแบบของ Conduct Disorder หรือความผิดปกติทางพฤติกรรม ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิพื้นฐานของผู้อื่นหรือกฎเกณฑ์สำคัญที่เหมาะสมกับวัยอย่างต่อเนื่อง
ในวัยเด็กหรือวัยรุ่นอาจมีประวัติปัญหาพฤติกรรมหลายด้าน เช่น การทะเลาะวิวาท การลักขโมย การหนีออกจากบ้าน การละเมิดกฎอย่างรุนแรง หรือพฤติกรรมอื่นที่กระทบสิทธิของผู้อื่น โดยต้องประเมินตามบริบทและพัฒนาการของเด็ก ไม่ใช่ตัดสินจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว
เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ รูปแบบดังกล่าวอาจยังคงปรากฏในรูปของการหลอกลวง ความก้าวร้าว ความหุนหันพลันแล่น การไม่รับผิดชอบ การทำพฤติกรรมเสี่ยง หรือการไม่รู้สึกผิดเมื่อทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย
ดังนั้น หากผู้ใหญ่คนหนึ่งเพิ่งเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนโดยไม่มีรูปแบบลักษณะดังกล่าวมาก่อน ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็น ASPD แต่ควรประเมินสาเหตุอื่นร่วมด้วย
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม เกิดจากอะไร?
ASPD ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว และไม่สามารถอธิบายง่าย ๆ ว่าเกิดจาก “เป็นคนไม่ดี” หรือ “ถูกเลี้ยงมาไม่ดี”
การพัฒนาความผิดปกติทางบุคลิกภาพมีความซับซ้อน และอาจเกี่ยวข้องกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรม พื้นฐานทางอารมณ์และพฤติกรรม พัฒนาการในวัยเด็ก ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสิ่งแวดล้อม
ปัจจัยทางชีวภาพและพันธุกรรม
ข้อมูลทางการแพทย์สนับสนุนว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนต่อความเสี่ยงของ ASPD และพบความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่างความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมกับปัญหาการใช้สารบางประเภท
อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมไม่ได้กำหนดว่าบุคคลหนึ่งจะต้องเกิด ASPD และสิ่งแวดล้อมก็มีบทบาทร่วมด้วย
ปัญหาพฤติกรรมตั้งแต่วัยเด็ก
Conduct Disorder ในวัยเด็กเป็นปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับ ASPD ในวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาพฤติกรรมเริ่มตั้งแต่อายุน้อย
เด็กที่มี Conduct Disorder ไม่ได้หมายความว่าจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มี ASPD ทุกคน แต่เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการประเมินและดูแลปัญหาพฤติกรรมอย่างเหมาะสม
ปัจจัยด้านครอบครัวและสิ่งแวดล้อม
การถูกละเลย รูปแบบการดูแลที่ไม่สม่ำเสมอ และสิ่งแวดล้อมที่มีปัญหาอาจเพิ่มความเสี่ยงในบางคน โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับปัจจัยอื่น
แต่ไม่ควรสรุปว่า ASPD เกิดจากพ่อแม่หรือการเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลสนับสนุนว่าทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมีส่วนร่วม
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม รักษาอย่างไร?
การรักษา ASPD จำเป็นต้องวางแผนเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาทั้งรูปแบบพฤติกรรม ความรุนแรง ความเสี่ยงต่อผู้อื่น ปัญหาการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติด โรคทางจิตเวชอื่น สุขภาพกาย ปัญหาทางกฎหมาย และแรงจูงใจในการรักษา
เป้าหมายของการรักษาอาจรวมถึงการลดพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ลดความหุนหันพลันแล่นและความก้าวร้าว เพิ่มความรับผิดชอบต่อผลของการกระทำ รักษาปัญหาสุขภาพจิตหรือการใช้สารที่เกิดร่วม และช่วยให้การใช้ชีวิตมีความมั่นคงมากขึ้น
การประเมินและวินิจฉัย
การวินิจฉัยต้องอาศัยประวัติในระยะยาวและไม่ควรสรุปจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง
จิตแพทย์จะพิจารณาว่าพฤติกรรมดังกล่าวสัมพันธ์กับ ASPD จริงหรือสามารถอธิบายด้วยภาวะอื่น เช่น การใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติด โรคไบโพลาร์ โรคจิตเภท ความผิดปกติทางระบบประสาท หรือความผิดปกติทางบุคลิกภาพชนิดอื่น
การแยกจากปัญหาการใช้สารมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะสารบางชนิดสามารถทำให้เกิดความหุนหันพลันแล่น ความก้าวร้าว หรือพฤติกรรมที่ผิดไปจากเดิมได้ หากพฤติกรรมต่อต้านสังคมเกิดขึ้นภายหลังจากปัญหาการใช้สารและอธิบายได้ด้วยภาวะนั้น ก็ไม่ควรรีบวินิจฉัยว่าเป็น ASPD
จิตบำบัดและการปรับพฤติกรรม
การรักษาทางจิตใจและพฤติกรรมอาจมุ่งช่วยให้บุคคลเห็นผลของการกระทำต่อตนเองและผู้อื่น ฝึกการควบคุมแรงกระตุ้น การจัดการความโกรธ การแก้ปัญหา และเพิ่มความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของตนเอง
การรักษาอาจมีความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อบุคคลไม่เห็นว่าพฤติกรรมของตนเองเป็นปัญหาหรือไม่ได้เข้ารับการรักษาด้วยความสมัครใจ ดังนั้นเป้าหมายและขอบเขตของการรักษาจึงควรมีความชัดเจน
หากมีปัญหาการใช้สารร่วมด้วย การรักษาปัญหาการเสพติดเป็นส่วนสำคัญของแผนการดูแล
การรักษาด้วยยา
ไม่มียาที่ใช้รักษา “บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม” โดยตรง
แพทย์อาจพิจารณายาเพื่อรักษาอาการหรือภาวะอื่นที่เกิดร่วมตามความเหมาะสม แต่การเลือกใช้ยาต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติการใช้สารหรือความเสี่ยงในการใช้ยาไม่เหมาะสม
ไม่ควรซื้อหรือใช้ยาทางจิตเวชด้วยตนเองเพื่อพยายามควบคุมความก้าวร้าวหรือพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น
การจัดการความเสี่ยงและความปลอดภัย
หากมีประวัติความรุนแรง การข่มขู่ การทำร้ายผู้อื่น การขับรถหรือทำพฤติกรรมที่เสี่ยงรุนแรง หรือการใช้สารร่วมด้วย การประเมินความปลอดภัยเป็นส่วนสำคัญของการรักษา
สำหรับครอบครัวหรือคู่รัก ความปลอดภัยของตนเองควรมาก่อนการพยายามเปลี่ยนแปลงอีกฝ่าย หากมีการใช้ความรุนแรงหรือมีภัยคุกคาม ไม่ควรพยายามเผชิญหน้าหรือจัดการสถานการณ์อันตรายเพียงลำพัง
ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม ไม่ได้หมายถึง “ไม่ชอบเข้าสังคม”
คำว่า Antisocial ในชื่อ Antisocial Personality Disorder มีความหมายต่างจากคำว่า “ไม่เข้าสังคม” ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
คนที่ชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบงานปาร์ตี้ มีเพื่อนน้อย เป็นคนเก็บตัว หรือเหนื่อยจากการเข้าสังคม ไม่ได้มี ASPD จากลักษณะเหล่านี้
คำว่า Antisocial ในบริบทของ ASPD หมายถึงรูปแบบพฤติกรรมที่ไม่เคารพและละเมิดสิทธิของผู้อื่น รวมถึงกฎเกณฑ์ทางสังคมอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น การพูดว่า “ฉันเป็น antisocial เพราะไม่ชอบออกไปเจอคน” ไม่ได้มีความหมายเดียวกับคำว่า Antisocial Personality Disorder ในทางจิตเวช
ASPD เหมือนกับ Psychopath หรือ Sociopath หรือไม่?
ไม่ใช่คำเดียวกันโดยตรง
Antisocial Personality Disorder เป็นคำวินิจฉัยทางจิตเวชที่มีเกณฑ์ในการประเมินรูปแบบพฤติกรรมและประวัติพัฒนาการอย่างชัดเจน
ส่วนคำว่า psychopath และ sociopath ถูกใช้ในหลายบริบท ทั้งทางจิตวิทยา อาชญาวิทยา สื่อ และภาษาทั่วไป ความหมายจึงไม่ได้ตรงกับการวินิจฉัย ASPD แบบหนึ่งต่อหนึ่ง
โดยเฉพาะคำว่า psychopath ไม่ควรถูกใช้เป็นคำเหมารวมสำหรับทุกคนที่มี ASPD และการที่บุคคลมีพฤติกรรมเย็นชา โกหก หรือทำผิดกฎหมายก็ไม่เพียงพอที่จะเรียกบุคคลนั้นว่า psychopath
สำหรับเว็บไซต์สุขภาพจิต การใช้คำว่า ASPD และอธิบายพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงจึงมีความแม่นยำและลดการตีตรามากกว่า
ทำผิดกฎหมายหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว หมายความว่าเป็น ASPD หรือไม่?
ไม่จำเป็น
การกระทำผิดกฎหมายสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ หากเป็นพฤติกรรมเพื่อผลประโยชน์เฉพาะสถานการณ์และไม่มีรูปแบบบุคลิกภาพที่ต่อเนื่อง ไม่ยืดหยุ่น และเกิดในหลายด้านของชีวิต ก็ไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัย ASPD
เช่นเดียวกัน ความก้าวร้าวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการใช้สาร ความผิดปกติในการควบคุมแรงกระตุ้น ภาวะแมเนีย อาการทางจิต หรือโรคทางระบบประสาทบางประเภท จึงต้องประเมินสาเหตุก่อนสรุปการวินิจฉัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม (FAQ)
คนไม่ชอบเข้าสังคมเป็น Antisocial Personality Disorder หรือไม่?
ไม่ใช่ คนที่เป็น introvert ชอบอยู่คนเดียว หรือไม่ชอบเข้าสังคมไม่ได้หมายความว่ามี ASPD คำว่า Antisocial ในชื่อโรคหมายถึงรูปแบบการไม่เคารพและละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม
คนที่โกหกบ่อยเป็น ASPD หรือไม่?
ไม่สามารถวินิจฉัยจากการโกหกเพียงอย่างเดียวได้ ต้องพิจารณารูปแบบพฤติกรรมหลายด้าน ประวัติตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น ความต่อเนื่อง และผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
คนทำผิดกฎหมายทุกคนมี ASPD หรือไม่?
ไม่ใช่ การกระทำผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่เท่ากับความผิดปกติทางบุคลิกภาพ การวินิจฉัยต้องพบรูปแบบพฤติกรรมและบุคลิกภาพที่ต่อเนื่องในหลายด้านของชีวิต
ASPD วินิจฉัยในเด็กได้ไหม?
การวินิจฉัย Antisocial Personality Disorder ใช้ในผู้ที่มีอายุอย่างน้อย 18 ปี และต้องมีหลักฐานของ Conduct Disorder หรือความผิดปกติทางพฤติกรรมก่อนอายุ 15 ปี
เด็กหรือวัยรุ่นที่มีปัญหาพฤติกรรมควรได้รับการประเมินตามภาวะที่เหมาะสมกับช่วงวัย ไม่ควรถูกติดป้ายว่าเป็น “บุคลิกภาพต่อต้านสังคม” ตั้งแต่เด็ก
ASPD รักษาได้ไหม?
สามารถเข้ารับการดูแลเพื่อจัดการพฤติกรรมและปัญหาที่เกิดร่วมได้ แต่การรักษามักต้องพิจารณาหลายด้านและอาจมีความท้าทาย เป้าหมายอาจเป็นการลดพฤติกรรมเสี่ยงและความก้าวร้าว เพิ่มการควบคุมตนเองและความรับผิดชอบ รวมถึงรักษาปัญหาการใช้สารหรือโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วม
ในบางคน พฤติกรรมต่อต้านสังคมที่รุนแรงอาจลดลงเมื่ออายุมากขึ้น แต่ปัญหาด้านความหงุดหงิด ความหุนหันพลันแล่น หรือความห่างเหินอาจยังคงอยู่ได้
หากคนรักหรือคนในครอบครัวมีพฤติกรรมรุนแรง ควรทำอย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ก่อนว่าอีกฝ่ายมี ASPD หรือไม่จึงจะขอความช่วยเหลือได้
หากมีการข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย บังคับ ควบคุม หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้คุณหรือบุคคลอื่นไม่ปลอดภัย ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ออกจากสถานการณ์ที่เสี่ยงเมื่อสามารถทำได้ และติดต่อหน่วยฉุกเฉินหรือหน่วยงานที่สามารถช่วยเหลือได้หากมีอันตรายเร่งด่วน
ปรึกษาและรักษาความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม ที่ Piti Clinic
หากคุณพบว่าตนเองมีปัญหาเรื่องความหุนหันพลันแล่น ความก้าวร้าว การใช้สาร ความรับผิดชอบ หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้เกิดปัญหาซ้ำ ๆ กับความสัมพันธ์ การทำงาน หรือกฎหมาย การเข้ารับการประเมินสามารถช่วยให้เข้าใจสาเหตุและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมได้
หากคุณกำลังกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนรัก ลูก หรือคนในครอบครัว คุณไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอีกฝ่ายด้วยตนเอง การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยแยกว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพ ปัญหาการใช้สาร ความผิดปกติทางอารมณ์ ปัญหาพฤติกรรม หรือภาวะทางจิตเวชอื่นหรือไม่
ที่ Piti Clinic ทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และบุคลากรด้านสุขภาพจิต พร้อมรับฟัง ประเมินปัญหา และวางแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยคำนึงถึงทั้งอาการ พฤติกรรม ความปลอดภัย ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายในการรักษา
การดูแลอาจประกอบด้วยการประเมินทางจิตเวช การประเมินรูปแบบบุคลิกภาพและพฤติกรรม การประเมินปัญหาการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติด การดูแลปัญหาการควบคุมอารมณ์และแรงกระตุ้น รวมถึงการรักษาโรคทางจิตเวชอื่นที่เกิดร่วมตามความเหมาะสม
เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การตัดสินว่าใครเป็น “คนดี” หรือ “คนไม่ดี” แต่เป็นการทำความเข้าใจรูปแบบพฤติกรรม ลดพฤติกรรมที่สร้างอันตรายหรือความเสียหาย และช่วยให้บุคคลสามารถใช้ชีวิตและมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบมากขึ้น