ข้ามไปเนื้อหา
โทร 090 230 6000LINE @piticlinic

บริการ

ประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา

ประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา

ทำความเข้าใจความสามารถทางความคิด อารมณ์ บุคลิกภาพ สมาธิ ความจำ และการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

บางครั้งการพูดคุยและการสังเกตอาการอาจยังไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามบางอย่าง เช่น

ความสามารถทางสติปัญญาเป็นอย่างไร?
ปัญหาการเรียนเกี่ยวข้องกับทักษะด้านใด?
มีปัญหาด้านสมาธิ ความจำ หรือการทำงานของสมองหรือไม่?
ลักษณะบุคลิกภาพและโลกภายในมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังเผชิญอย่างไร?
ความจำหรือความสามารถทางการคิดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่?

การประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา (Psychological Assessment & Testing) เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยอาจประกอบด้วยการสัมภาษณ์ การสังเกต แบบประเมิน และแบบทดสอบทางจิตวิทยาที่เลือกตามวัตถุประสงค์ของการประเมิน

ข้อมูลที่ได้จะนำมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อช่วยให้เข้าใจปัญหา จุดแข็ง และด้านที่ควรได้รับการดูแลเพิ่มเติม รวมถึงใช้ประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาหรือการช่วยเหลือต่อไป

สอบถามและนัดหมายการประเมินทางจิตวิทยา

การประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา คืออะไร?

การประเมินทางจิตวิทยาไม่ได้หมายถึงการ “ทำแบบทดสอบ” เพียงอย่างเดียว

แต่เป็นกระบวนการที่นักจิตวิทยารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อช่วยตอบคำถามเฉพาะของผู้รับบริการแต่ละคน

ข้อมูลอาจประกอบด้วย

  • การสัมภาษณ์ผู้รับบริการ

  • ประวัติพัฒนาการ การเรียน การทำงาน และสุขภาพ

  • การสังเกตพฤติกรรม

  • แบบประเมินหรือแบบสอบถาม

  • แบบทดสอบทางจิตวิทยามาตรฐาน

  • ข้อมูลจากผู้ปกครอง ครอบครัว หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม

  • ข้อมูลจากการประเมินและการรักษาที่ผ่านมา

นักจิตวิทยาจะเลือกวิธีและเครื่องมือให้เหมาะกับ อายุ ลักษณะปัญหา และคำถามที่ต้องการประเมิน

ดังนั้น คนสองคนที่มาด้วยปัญหาคล้ายกัน ไม่จำเป็นต้องได้รับแบบทดสอบชุดเดียวกัน

Piti Clinic มีการประเมินและแบบทดสอบทางจิตวิทยาอะไรบ้าง?

แบบทดสอบแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามที่แตกต่างกัน นักจิตวิทยาจึงพิจารณาเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ของการประเมิน ไม่จำเป็นต้องทำทุกแบบทดสอบในทุกคน

การประเมินระดับสติปัญญา (IQ Test)

การทดสอบระดับสติปัญญาช่วยประเมินความสามารถทางความคิดในด้านต่าง ๆ และทำให้เห็นภาพของความสามารถ จุดแข็ง และด้านที่อาจต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

การประเมินไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้ได้ “ตัวเลข IQ” แต่ข้อมูลในองค์ประกอบด้านต่าง ๆ สามารถช่วยให้เข้าใจรูปแบบความสามารถของผู้รับบริการได้ละเอียดขึ้น

ผลการประเมินอาจนำไปใช้ร่วมกับข้อมูลด้านพัฒนาการ การเรียน พฤติกรรม และข้อมูลทางคลินิก เพื่อช่วยตอบคำถามที่ต้องการประเมินในเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตามความเหมาะสม

การประเมินบุคลิกภาพด้วย Projective Tests

Projective Tests เป็นกลุ่มเครื่องมือทางจิตวิทยาที่ใช้ประกอบการทำความเข้าใจบุคลิกภาพ อารมณ์ การรับรู้ตนเอง ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ภายในของบุคคล

ผู้รับการประเมินอาจได้รับสิ่งเร้าที่มีความคลุมเครือหรือเปิดกว้าง และตอบสนองต่อสิ่งนั้นตามวิธีของตนเอง จากนั้นนักจิตวิทยาจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และแปลผลตามหลักของเครื่องมือที่ใช้

การประเมินประเภทนี้ไม่ได้มีคำตอบว่า “ถูก” หรือ “ผิด” และไม่ควรแปลผลจากคำตอบใดคำตอบหนึ่งแยกออกจากบริบท แต่จะพิจารณาร่วมกับการสัมภาษณ์ ประวัติ และข้อมูลทางจิตวิทยาด้านอื่น ๆ

การประเมินด้านประสาทจิตวิทยา (Neuropsychological Assessment)

การประเมินด้านประสาทจิตวิทยาใช้เพื่อทำความเข้าใจการทำงานด้านการคิดและการรับรู้ในมิติต่าง ๆ เช่น

  • สมาธิและความสนใจ

  • ความจำและการเรียนรู้

  • ภาษา

  • การรับรู้

  • การวางแผนและแก้ปัญหา

  • การควบคุมและบริหารจัดการพฤติกรรม

  • ความสามารถทางความคิดด้านอื่นตามคำถามที่ต้องการประเมิน

การประเมินอาจมีประโยชน์เมื่อมีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำ ความสามารถทางการคิด หรือการเปลี่ยนแปลงของการทำงานด้านการรู้คิด รวมถึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการดูแลในบางภาวะทางจิตเวชหรือระบบประสาท

เครื่องมือที่เลือกใช้และขอบเขตของการประเมินจะขึ้นอยู่กับคำถามทางคลินิกของแต่ละคน

Montreal Cognitive Assessment (MoCA)

MoCA เป็นแบบประเมินคัดกรองการทำงานด้านการรู้คิด (cognitive screening) ซึ่งครอบคลุมความสามารถหลายด้าน เช่น ความสนใจ ความจำ ภาษา การทำงานด้านบริหารจัดการ และความสามารถด้านการรู้คิดอื่น ๆ

แบบประเมินนี้สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินเมื่อมีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำหรือความสามารถทางการคิด

ผลคะแนนควรได้รับการแปลผลโดยพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่นของผู้รับบริการ และ ไม่ได้ใช้คะแนน MoCA เพียงอย่างเดียวเพื่อวินิจฉัยสาเหตุของความผิดปกติด้านความจำหรือการรู้คิด

Thai Mental State Examination (TMSE)

TMSE เป็นแบบประเมินสภาพสมองเบื้องต้นที่ใช้ประเมินการทำงานด้านการรู้คิดในหลายองค์ประกอบ

สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินเมื่อมีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำหรือความสามารถทางความคิด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเปลี่ยนแปลงด้านการรู้คิด

เช่นเดียวกับแบบคัดกรองอื่น ผลคะแนนจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับประวัติ อาการ การใช้ชีวิต และข้อมูลทางคลินิก ไม่ควรใช้คะแนนเพียงอย่างเดียวในการสรุปการวินิจฉัย

WRAT-Thai แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับภาษาไทย

WRAT-Thai เป็นแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับภาษาไทย ใช้ประเมินทักษะทางวิชาการในด้านที่แบบทดสอบกำหนด

ข้อมูลจากการทดสอบช่วยให้เห็นระดับความสามารถทางการเรียนในด้านต่าง ๆ และสามารถนำไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านสติปัญญา พัฒนาการ การเรียน สมาธิ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

การประเมินมีประโยชน์ในการทำความเข้าใจว่าเด็กหรือผู้รับการประเมินมี จุดแข็งหรือความยากในทักษะทางวิชาการด้านใด และช่วยประกอบการวางแนวทางช่วยเหลือด้านการเรียนตามความเหมาะสม

ผลของ WRAT-Thai ไม่ควรถูกพิจารณาแยกจากประวัติการเรียนและการประเมินด้านอื่น หากคำถามที่ต้องการตอบเกี่ยวข้องกับปัญหาการเรียนที่มีความซับซ้อน

แบบทดสอบทางจิตวิทยาไม่ได้มีชุดเดียวสำหรับทุกคน

คำถามสำคัญก่อนเริ่มการประเมินจึงไม่ใช่

“อยากทำแบบทดสอบตัวไหน?”

แต่คือ

“เราต้องการหาคำตอบเรื่องอะไร?”

หากต้องการทำความเข้าใจระดับสติปัญญา นักจิตวิทยาอาจพิจารณาการทดสอบ IQ

หากต้องการทำความเข้าใจบุคลิกภาพและปัจจัยทางอารมณ์ อาจพิจารณาการประเมินบุคลิกภาพและ Projective Tests

หากมีข้อกังวลด้านความจำหรือความสามารถทางการคิด อาจพิจารณาการประเมินด้าน Neuropsychology หรือเครื่องมือคัดกรอง เช่น MoCA หรือ TMSE ตามความเหมาะสม

หากคำถามเกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์และทักษะทางการเรียน อาจพิจารณา WRAT-Thai ร่วมกับข้อมูลและการประเมินด้านอื่น

นักจิตวิทยาจะพิจารณาว่า เครื่องมือใดจำเป็นและสามารถให้ข้อมูลที่ช่วยตอบคำถามของผู้รับบริการได้จริง

ขั้นตอนการประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา

1. ทำความเข้าใจคำถามที่ต้องการประเมิน

เริ่มจากการพูดคุยว่าอะไรคือปัญหาหรือข้อสงสัย และต้องการให้การประเมินช่วยตอบคำถามเรื่องใด

ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะคำถามที่แตกต่างกันต้องใช้วิธีและเครื่องมือในการประเมินที่แตกต่างกัน

2. สัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูล

นักจิตวิทยาอาจสอบถามเกี่ยวกับอาการ ประวัติชีวิต พัฒนาการ การเรียน การทำงาน สุขภาพ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

ในเด็กหรือบางกรณี อาจต้องรวบรวมข้อมูลจากผู้ปกครองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

3. เลือกแบบทดสอบที่เหมาะสม

หลังจากเข้าใจคำถามแล้ว นักจิตวิทยาจะเลือกแบบทดสอบหรือเครื่องมือที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ อายุ และลักษณะของผู้รับบริการ

การประเมินหนึ่งครั้งอาจใช้เครื่องมือเพียงประเภทเดียวหรือหลายประเภทประกอบกัน

4. ทำแบบทดสอบ

วิธีการและระยะเวลาจะแตกต่างกันตามแบบทดสอบ

บางแบบเป็นการตอบคำถาม บางแบบเป็นการพูดคุย บางแบบเป็นการทำกิจกรรมหรือแก้โจทย์ และบางการประเมินอาจต้องใช้เครื่องมือหลายชุดหรือแบ่งการทดสอบเป็นมากกว่าหนึ่งครั้ง

5. วิเคราะห์และแปลผล

นักจิตวิทยาจะพิจารณาผลการทดสอบร่วมกับการสัมภาษณ์ การสังเกต ประวัติ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

จึงไม่ได้ดูเพียงว่า “ได้กี่คะแนน” แต่พิจารณาว่าผลทั้งหมดช่วยตอบคำถามที่ต้องการประเมินอย่างไร

6. อธิบายผลและวางแนวทางต่อไป

หลังการประเมิน จะมีการสรุปและอธิบายผลตามวัตถุประสงค์และขอบเขตของการประเมิน

ข้อมูลที่ได้อาจนำไปประกอบการวินิจฉัย วางแผนการรักษา จิตบำบัด วางแนวทางช่วยเหลือด้านการเรียนหรือพัฒนาการ หรือพิจารณาการประเมินเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

การทดสอบทางจิตวิทยาไม่ใช่การสอบ

คำว่า “แบบทดสอบ” อาจทำให้บางคนรู้สึกกังวลว่าจะทำได้ดีหรือไม่ หรือกลัวว่าจะได้คะแนนต่ำ

แต่เป้าหมายของการทดสอบทางจิตวิทยาไม่ใช่การตัดสินว่าใคร “เก่ง” หรือ “ไม่เก่ง”

เครื่องมือบางประเภทมีคำตอบถูกหรือผิด เพราะต้องการประเมินความสามารถเฉพาะด้าน ขณะที่การประเมินบางประเภทไม่มีคำตอบที่ดีหรือไม่ดี แต่ต้องการทำความเข้าใจลักษณะของผู้รับบริการ

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามทำให้ได้ผล “ดีที่สุด” แต่คือการทำตามความสามารถและตอบตามความเป็นจริง เพื่อให้ผลที่ได้สะท้อนข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

แบบทดสอบทางจิตวิทยาวินิจฉัยโรคได้เลยหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ควรใช้ผลจากแบบทดสอบเพียงตัวเดียวเพื่อสรุปการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช

การวินิจฉัยต้องอาศัยข้อมูลหลายด้าน เช่น อาการ ระยะเวลา ความรุนแรง ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ประวัติสุขภาพ การสัมภาษณ์และตรวจประเมิน รวมถึงปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง

แบบทดสอบทางจิตวิทยาช่วยเพิ่มข้อมูลที่อาจมองไม่เห็นจากการพูดคุยเพียงอย่างเดียว และสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินและวางแผนการดูแล

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางจิตเวช

ผลการประเมินนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร?

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการประเมิน ข้อมูลที่ได้อาจช่วย

  • ทำความเข้าใจปัญหาได้ละเอียดขึ้น

  • ประกอบการวินิจฉัย

  • ทำความเข้าใจจุดแข็งและด้านที่ต้องการความช่วยเหลือ

  • วางแผนการรักษาหรือจิตบำบัด

  • วางแนวทางช่วยเหลือด้านการเรียน

  • ทำความเข้าใจปัญหาด้านสมาธิ ความจำ หรือการรู้คิด

  • ช่วยให้ผู้รับบริการและครอบครัวเข้าใจปัญหาได้ชัดเจนขึ้น

  • พิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการประเมินหรือดูแลเพิ่มเติมด้านใด

ใครบ้างที่อาจได้รับประโยชน์จากการประเมินทางจิตวิทยา?

เด็กและวัยรุ่น

ผู้ที่มีข้อกังวลด้านการเรียน สมาธิ พฤติกรรม อารมณ์ พัฒนาการ หรือความสามารถทางสติปัญญา อาจได้รับการประเมินเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและวางแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม

ผู้ใหญ่

ผู้ที่ต้องการประเมินด้านสติปัญญา สมาธิ ความคิด ความจำ บุคลิกภาพ อารมณ์ หรือปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังเผชิญ

ผู้สูงอายุ

ผู้ที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำ ความสามารถทางการคิด อารมณ์ หรือความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อาจได้รับการประเมินด้านการรู้คิดและด้านอื่นตามความเหมาะสม

ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาหรือจิตบำบัด

ในบางกรณี ผู้รักษาอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคลิกภาพ ความคิด ความจำ ความสามารถทางสติปัญญา หรือการทำงานด้านอื่น เพื่อช่วยทำความเข้าใจปัญหาและวางแผนการรักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา

สามารถเลือกเองได้ไหมว่าอยากทำแบบทดสอบอะไร?

สามารถแจ้งสิ่งที่ต้องการประเมินหรือแบบทดสอบที่สนใจได้ แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการประเมิน เพื่อให้นักจิตวิทยาพิจารณาว่าเครื่องมือใดเหมาะสมและจำเป็น

ต้องทำแบบทดสอบทุกตัวหรือไม่?

ไม่จำเป็น นักจิตวิทยาจะเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับคำถามที่ต้องการประเมิน คนสองคนที่มีปัญหาคล้ายกันจึงอาจได้รับชุดการประเมินแตกต่างกัน

ต้องเตรียมตัวก่อนทำแบบทดสอบหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องฝึกทำข้อสอบล่วงหน้า ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และทำตามคำแนะนำของผู้ประเมิน หากมีโรคประจำตัว ใช้ยา หรือมีปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการทดสอบ ควรแจ้งผู้ประเมิน

การประเมินใช้เวลานานเท่าไร?

ขึ้นอยู่กับคำถามและเครื่องมือที่จำเป็น การประเมินบางประเภทใช้เวลาไม่นาน ขณะที่การประเมินที่ครอบคลุมหลายด้านอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือแบ่งเป็นมากกว่าหนึ่งครั้ง

แบบทดสอบออนไลน์ใช้แทนการประเมินได้หรือไม่?

แบบประเมินออนไลน์บางประเภทอาจมีประโยชน์ในการคัดกรองเบื้องต้น แต่ไม่ควรนำคะแนนมาใช้วินิจฉัยตนเอง และไม่สามารถทดแทนกระบวนการประเมินที่ต้องอาศัยการสัมภาษณ์ การเลือกเครื่องมือ และการแปลผลโดยผู้เชี่ยวชาญ

การประเมินที่ดี เริ่มจากการตั้งคำถามให้ถูก

เป้าหมายไม่ใช่การทำแบบทดสอบให้ได้มากที่สุด แต่คือการเลือกการประเมินที่ช่วยตอบคำถามที่สำคัญสำหรับผู้รับบริการแต่ละคน

เรากำลังต้องการทำความเข้าใจอะไร?
ข้อมูลอะไรที่จะช่วยตอบคำถามนั้น?
และเมื่อได้คำตอบแล้ว เราจะนำไปช่วยวางแผนการดูแลต่ออย่างไร?

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ สติปัญญา การเรียน สมาธิ ความจำ การรู้คิด บุคลิกภาพ อารมณ์ หรือพฤติกรรม สามารถสอบถามเกี่ยวกับการประเมินและทดสอบทางจิตวิทยาที่เหมาะสมได้

ผู้ดูแลด้านนี้

โทร 090 230 6000นัดผ่าน LINE