ทำความเข้าใจความสามารถทางความคิด อารมณ์ บุคลิกภาพ สมาธิ ความจำ และการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
บางครั้งการพูดคุยและการสังเกตอาการอาจยังไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามบางอย่าง เช่น
ความสามารถทางสติปัญญาเป็นอย่างไร?
ปัญหาการเรียนเกี่ยวข้องกับทักษะด้านใด?
มีปัญหาด้านสมาธิ ความจำ หรือการทำงานของสมองหรือไม่?
ลักษณะบุคลิกภาพและโลกภายในมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังเผชิญอย่างไร?
ความจำหรือความสามารถทางการคิดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่?
การประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา (Psychological Assessment & Testing) เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยอาจประกอบด้วยการสัมภาษณ์ การสังเกต แบบประเมิน และแบบทดสอบทางจิตวิทยาที่เลือกตามวัตถุประสงค์ของการประเมิน
ข้อมูลที่ได้จะนำมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อช่วยให้เข้าใจปัญหา จุดแข็ง และด้านที่ควรได้รับการดูแลเพิ่มเติม รวมถึงใช้ประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาหรือการช่วยเหลือต่อไป
สอบถามและนัดหมายการประเมินทางจิตวิทยา
การประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา คืออะไร?
การประเมินทางจิตวิทยาไม่ได้หมายถึงการ “ทำแบบทดสอบ” เพียงอย่างเดียว
แต่เป็นกระบวนการที่นักจิตวิทยารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อช่วยตอบคำถามเฉพาะของผู้รับบริการแต่ละคน
ข้อมูลอาจประกอบด้วย
-
การสัมภาษณ์ผู้รับบริการ
-
ประวัติพัฒนาการ การเรียน การทำงาน และสุขภาพ
-
การสังเกตพฤติกรรม
-
แบบประเมินหรือแบบสอบถาม
-
แบบทดสอบทางจิตวิทยามาตรฐาน
-
ข้อมูลจากผู้ปกครอง ครอบครัว หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม
-
ข้อมูลจากการประเมินและการรักษาที่ผ่านมา
นักจิตวิทยาจะเลือกวิธีและเครื่องมือให้เหมาะกับ อายุ ลักษณะปัญหา และคำถามที่ต้องการประเมิน
ดังนั้น คนสองคนที่มาด้วยปัญหาคล้ายกัน ไม่จำเป็นต้องได้รับแบบทดสอบชุดเดียวกัน
Piti Clinic มีการประเมินและแบบทดสอบทางจิตวิทยาอะไรบ้าง?
แบบทดสอบแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามที่แตกต่างกัน นักจิตวิทยาจึงพิจารณาเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ของการประเมิน ไม่จำเป็นต้องทำทุกแบบทดสอบในทุกคน
การประเมินระดับสติปัญญา (IQ Test)
การทดสอบระดับสติปัญญาช่วยประเมินความสามารถทางความคิดในด้านต่าง ๆ และทำให้เห็นภาพของความสามารถ จุดแข็ง และด้านที่อาจต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม
การประเมินไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้ได้ “ตัวเลข IQ” แต่ข้อมูลในองค์ประกอบด้านต่าง ๆ สามารถช่วยให้เข้าใจรูปแบบความสามารถของผู้รับบริการได้ละเอียดขึ้น
ผลการประเมินอาจนำไปใช้ร่วมกับข้อมูลด้านพัฒนาการ การเรียน พฤติกรรม และข้อมูลทางคลินิก เพื่อช่วยตอบคำถามที่ต้องการประเมินในเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตามความเหมาะสม
การประเมินบุคลิกภาพด้วย Projective Tests
Projective Tests เป็นกลุ่มเครื่องมือทางจิตวิทยาที่ใช้ประกอบการทำความเข้าใจบุคลิกภาพ อารมณ์ การรับรู้ตนเอง ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ภายในของบุคคล
ผู้รับการประเมินอาจได้รับสิ่งเร้าที่มีความคลุมเครือหรือเปิดกว้าง และตอบสนองต่อสิ่งนั้นตามวิธีของตนเอง จากนั้นนักจิตวิทยาจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และแปลผลตามหลักของเครื่องมือที่ใช้
การประเมินประเภทนี้ไม่ได้มีคำตอบว่า “ถูก” หรือ “ผิด” และไม่ควรแปลผลจากคำตอบใดคำตอบหนึ่งแยกออกจากบริบท แต่จะพิจารณาร่วมกับการสัมภาษณ์ ประวัติ และข้อมูลทางจิตวิทยาด้านอื่น ๆ
การประเมินด้านประสาทจิตวิทยา (Neuropsychological Assessment)
การประเมินด้านประสาทจิตวิทยาใช้เพื่อทำความเข้าใจการทำงานด้านการคิดและการรับรู้ในมิติต่าง ๆ เช่น
-
สมาธิและความสนใจ
-
ความจำและการเรียนรู้
-
ภาษา
-
การรับรู้
-
การวางแผนและแก้ปัญหา
-
การควบคุมและบริหารจัดการพฤติกรรม
-
ความสามารถทางความคิดด้านอื่นตามคำถามที่ต้องการประเมิน
การประเมินอาจมีประโยชน์เมื่อมีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำ ความสามารถทางการคิด หรือการเปลี่ยนแปลงของการทำงานด้านการรู้คิด รวมถึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการดูแลในบางภาวะทางจิตเวชหรือระบบประสาท
เครื่องมือที่เลือกใช้และขอบเขตของการประเมินจะขึ้นอยู่กับคำถามทางคลินิกของแต่ละคน
Montreal Cognitive Assessment (MoCA)
MoCA เป็นแบบประเมินคัดกรองการทำงานด้านการรู้คิด (cognitive screening) ซึ่งครอบคลุมความสามารถหลายด้าน เช่น ความสนใจ ความจำ ภาษา การทำงานด้านบริหารจัดการ และความสามารถด้านการรู้คิดอื่น ๆ
แบบประเมินนี้สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินเมื่อมีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำหรือความสามารถทางการคิด
ผลคะแนนควรได้รับการแปลผลโดยพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่นของผู้รับบริการ และ ไม่ได้ใช้คะแนน MoCA เพียงอย่างเดียวเพื่อวินิจฉัยสาเหตุของความผิดปกติด้านความจำหรือการรู้คิด
Thai Mental State Examination (TMSE)
TMSE เป็นแบบประเมินสภาพสมองเบื้องต้นที่ใช้ประเมินการทำงานด้านการรู้คิดในหลายองค์ประกอบ
สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินเมื่อมีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำหรือความสามารถทางความคิด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเปลี่ยนแปลงด้านการรู้คิด
เช่นเดียวกับแบบคัดกรองอื่น ผลคะแนนจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับประวัติ อาการ การใช้ชีวิต และข้อมูลทางคลินิก ไม่ควรใช้คะแนนเพียงอย่างเดียวในการสรุปการวินิจฉัย
WRAT-Thai แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับภาษาไทย
WRAT-Thai เป็นแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับภาษาไทย ใช้ประเมินทักษะทางวิชาการในด้านที่แบบทดสอบกำหนด
ข้อมูลจากการทดสอบช่วยให้เห็นระดับความสามารถทางการเรียนในด้านต่าง ๆ และสามารถนำไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านสติปัญญา พัฒนาการ การเรียน สมาธิ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
การประเมินมีประโยชน์ในการทำความเข้าใจว่าเด็กหรือผู้รับการประเมินมี จุดแข็งหรือความยากในทักษะทางวิชาการด้านใด และช่วยประกอบการวางแนวทางช่วยเหลือด้านการเรียนตามความเหมาะสม
ผลของ WRAT-Thai ไม่ควรถูกพิจารณาแยกจากประวัติการเรียนและการประเมินด้านอื่น หากคำถามที่ต้องการตอบเกี่ยวข้องกับปัญหาการเรียนที่มีความซับซ้อน
แบบทดสอบทางจิตวิทยาไม่ได้มีชุดเดียวสำหรับทุกคน
คำถามสำคัญก่อนเริ่มการประเมินจึงไม่ใช่
“อยากทำแบบทดสอบตัวไหน?”
แต่คือ
“เราต้องการหาคำตอบเรื่องอะไร?”
หากต้องการทำความเข้าใจระดับสติปัญญา นักจิตวิทยาอาจพิจารณาการทดสอบ IQ
หากต้องการทำความเข้าใจบุคลิกภาพและปัจจัยทางอารมณ์ อาจพิจารณาการประเมินบุคลิกภาพและ Projective Tests
หากมีข้อกังวลด้านความจำหรือความสามารถทางการคิด อาจพิจารณาการประเมินด้าน Neuropsychology หรือเครื่องมือคัดกรอง เช่น MoCA หรือ TMSE ตามความเหมาะสม
หากคำถามเกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์และทักษะทางการเรียน อาจพิจารณา WRAT-Thai ร่วมกับข้อมูลและการประเมินด้านอื่น
นักจิตวิทยาจะพิจารณาว่า เครื่องมือใดจำเป็นและสามารถให้ข้อมูลที่ช่วยตอบคำถามของผู้รับบริการได้จริง
ขั้นตอนการประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา
1. ทำความเข้าใจคำถามที่ต้องการประเมิน
เริ่มจากการพูดคุยว่าอะไรคือปัญหาหรือข้อสงสัย และต้องการให้การประเมินช่วยตอบคำถามเรื่องใด
ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะคำถามที่แตกต่างกันต้องใช้วิธีและเครื่องมือในการประเมินที่แตกต่างกัน
2. สัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูล
นักจิตวิทยาอาจสอบถามเกี่ยวกับอาการ ประวัติชีวิต พัฒนาการ การเรียน การทำงาน สุขภาพ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในเด็กหรือบางกรณี อาจต้องรวบรวมข้อมูลจากผู้ปกครองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
3. เลือกแบบทดสอบที่เหมาะสม
หลังจากเข้าใจคำถามแล้ว นักจิตวิทยาจะเลือกแบบทดสอบหรือเครื่องมือที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ อายุ และลักษณะของผู้รับบริการ
การประเมินหนึ่งครั้งอาจใช้เครื่องมือเพียงประเภทเดียวหรือหลายประเภทประกอบกัน
4. ทำแบบทดสอบ
วิธีการและระยะเวลาจะแตกต่างกันตามแบบทดสอบ
บางแบบเป็นการตอบคำถาม บางแบบเป็นการพูดคุย บางแบบเป็นการทำกิจกรรมหรือแก้โจทย์ และบางการประเมินอาจต้องใช้เครื่องมือหลายชุดหรือแบ่งการทดสอบเป็นมากกว่าหนึ่งครั้ง
5. วิเคราะห์และแปลผล
นักจิตวิทยาจะพิจารณาผลการทดสอบร่วมกับการสัมภาษณ์ การสังเกต ประวัติ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
จึงไม่ได้ดูเพียงว่า “ได้กี่คะแนน” แต่พิจารณาว่าผลทั้งหมดช่วยตอบคำถามที่ต้องการประเมินอย่างไร
6. อธิบายผลและวางแนวทางต่อไป
หลังการประเมิน จะมีการสรุปและอธิบายผลตามวัตถุประสงค์และขอบเขตของการประเมิน
ข้อมูลที่ได้อาจนำไปประกอบการวินิจฉัย วางแผนการรักษา จิตบำบัด วางแนวทางช่วยเหลือด้านการเรียนหรือพัฒนาการ หรือพิจารณาการประเมินเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
การทดสอบทางจิตวิทยาไม่ใช่การสอบ
คำว่า “แบบทดสอบ” อาจทำให้บางคนรู้สึกกังวลว่าจะทำได้ดีหรือไม่ หรือกลัวว่าจะได้คะแนนต่ำ
แต่เป้าหมายของการทดสอบทางจิตวิทยาไม่ใช่การตัดสินว่าใคร “เก่ง” หรือ “ไม่เก่ง”
เครื่องมือบางประเภทมีคำตอบถูกหรือผิด เพราะต้องการประเมินความสามารถเฉพาะด้าน ขณะที่การประเมินบางประเภทไม่มีคำตอบที่ดีหรือไม่ดี แต่ต้องการทำความเข้าใจลักษณะของผู้รับบริการ
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามทำให้ได้ผล “ดีที่สุด” แต่คือการทำตามความสามารถและตอบตามความเป็นจริง เพื่อให้ผลที่ได้สะท้อนข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
แบบทดสอบทางจิตวิทยาวินิจฉัยโรคได้เลยหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ควรใช้ผลจากแบบทดสอบเพียงตัวเดียวเพื่อสรุปการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช
การวินิจฉัยต้องอาศัยข้อมูลหลายด้าน เช่น อาการ ระยะเวลา ความรุนแรง ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ประวัติสุขภาพ การสัมภาษณ์และตรวจประเมิน รวมถึงปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง
แบบทดสอบทางจิตวิทยาช่วยเพิ่มข้อมูลที่อาจมองไม่เห็นจากการพูดคุยเพียงอย่างเดียว และสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินและวางแผนการดูแล
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางจิตเวช
ผลการประเมินนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร?
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการประเมิน ข้อมูลที่ได้อาจช่วย
-
ทำความเข้าใจปัญหาได้ละเอียดขึ้น
-
ประกอบการวินิจฉัย
-
ทำความเข้าใจจุดแข็งและด้านที่ต้องการความช่วยเหลือ
-
วางแผนการรักษาหรือจิตบำบัด
-
วางแนวทางช่วยเหลือด้านการเรียน
-
ทำความเข้าใจปัญหาด้านสมาธิ ความจำ หรือการรู้คิด
-
ช่วยให้ผู้รับบริการและครอบครัวเข้าใจปัญหาได้ชัดเจนขึ้น
-
พิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการประเมินหรือดูแลเพิ่มเติมด้านใด
ใครบ้างที่อาจได้รับประโยชน์จากการประเมินทางจิตวิทยา?
เด็กและวัยรุ่น
ผู้ที่มีข้อกังวลด้านการเรียน สมาธิ พฤติกรรม อารมณ์ พัฒนาการ หรือความสามารถทางสติปัญญา อาจได้รับการประเมินเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและวางแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม
ผู้ใหญ่
ผู้ที่ต้องการประเมินด้านสติปัญญา สมาธิ ความคิด ความจำ บุคลิกภาพ อารมณ์ หรือปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังเผชิญ
ผู้สูงอายุ
ผู้ที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับความจำ ความสามารถทางการคิด อารมณ์ หรือความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อาจได้รับการประเมินด้านการรู้คิดและด้านอื่นตามความเหมาะสม
ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาหรือจิตบำบัด
ในบางกรณี ผู้รักษาอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคลิกภาพ ความคิด ความจำ ความสามารถทางสติปัญญา หรือการทำงานด้านอื่น เพื่อช่วยทำความเข้าใจปัญหาและวางแผนการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการประเมินและทดสอบทางจิตวิทยา
สามารถเลือกเองได้ไหมว่าอยากทำแบบทดสอบอะไร?
สามารถแจ้งสิ่งที่ต้องการประเมินหรือแบบทดสอบที่สนใจได้ แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการประเมิน เพื่อให้นักจิตวิทยาพิจารณาว่าเครื่องมือใดเหมาะสมและจำเป็น
ต้องทำแบบทดสอบทุกตัวหรือไม่?
ไม่จำเป็น นักจิตวิทยาจะเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับคำถามที่ต้องการประเมิน คนสองคนที่มีปัญหาคล้ายกันจึงอาจได้รับชุดการประเมินแตกต่างกัน
ต้องเตรียมตัวก่อนทำแบบทดสอบหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องฝึกทำข้อสอบล่วงหน้า ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และทำตามคำแนะนำของผู้ประเมิน หากมีโรคประจำตัว ใช้ยา หรือมีปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการทดสอบ ควรแจ้งผู้ประเมิน
การประเมินใช้เวลานานเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับคำถามและเครื่องมือที่จำเป็น การประเมินบางประเภทใช้เวลาไม่นาน ขณะที่การประเมินที่ครอบคลุมหลายด้านอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือแบ่งเป็นมากกว่าหนึ่งครั้ง
แบบทดสอบออนไลน์ใช้แทนการประเมินได้หรือไม่?
แบบประเมินออนไลน์บางประเภทอาจมีประโยชน์ในการคัดกรองเบื้องต้น แต่ไม่ควรนำคะแนนมาใช้วินิจฉัยตนเอง และไม่สามารถทดแทนกระบวนการประเมินที่ต้องอาศัยการสัมภาษณ์ การเลือกเครื่องมือ และการแปลผลโดยผู้เชี่ยวชาญ
การประเมินที่ดี เริ่มจากการตั้งคำถามให้ถูก
เป้าหมายไม่ใช่การทำแบบทดสอบให้ได้มากที่สุด แต่คือการเลือกการประเมินที่ช่วยตอบคำถามที่สำคัญสำหรับผู้รับบริการแต่ละคน
เรากำลังต้องการทำความเข้าใจอะไร?
ข้อมูลอะไรที่จะช่วยตอบคำถามนั้น?
และเมื่อได้คำตอบแล้ว เราจะนำไปช่วยวางแผนการดูแลต่ออย่างไร?
หากคุณหรือคนในครอบครัวมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ สติปัญญา การเรียน สมาธิ ความจำ การรู้คิด บุคลิกภาพ อารมณ์ หรือพฤติกรรม สามารถสอบถามเกี่ยวกับการประเมินและทดสอบทางจิตวิทยาที่เหมาะสมได้






